ค่อยๆ ขึ้นทีละนิด! “ทองไทย” ดีด +200 ทองแท่ง 77,600 รูปพรรณ 78,600
ต้นกุมภาฯ อีจัน
11 มีนาคม 2569

วันนี้ (10 มี.ค.69) เวลา 09.00 น. รายงานจาก สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง +200 ทำให้ทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 77,600 บาทต่อบาททองคำ ขายออกบาทละ 77,800 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ราคาทองคำรูปพรรณ รับซื้อบาท 76,042.56 บาทต่อบาททองคำ และขายออกบาทละ 78,600 บาทต่อบาททองคำ
บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) สรุปราคาทองคำตลาดโลกพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันอังคาร (10 มี.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันเงินเฟ้อ หลังราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าสงครามกับอิหร่านอาจยุติลงในเร็ว ๆ นี้
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 64.0 เหรียญ หรือ 1.25% มาอยู่ที่ระดับ 5,192.0 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบัน (10 มี.ค.) เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 5,217.0 เหรียญ
ราคา Silver ปิดปรับตัวขึ้น 1.4 เหรียญ หรือ 1.61% มาอยู่ที่ระดับ 88.33 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบัน (10 มี.ค.) เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 89.0 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.86 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,073.57 ตัน ภาพรวมเดือนมีนาคมขายออก 27.77 ตัน ขณะที่ปีนี้ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 1.57 ตัน
ราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวขึ้นทะลุ 5,200 เหรียญ ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเดินหน้าโจมตีอิหร่านอย่างหนัก แม้ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งสัญญาณว่าสงครามอาจยุติลงเร็ว แต่ท่าทีที่แตกต่างกันของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาด และกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
BlackRock ระบุว่า แม้ราคาทองคำและ Silver จะยังผันผวน แต่แนวโน้มขาขึ้นของโลหะมีค่ายังไม่สิ้นสุด โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากระดับหนี้รัฐบาลทั่วโลกที่อยู่ในระดับสูง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงซื้อทองคำจากธนาคารกลาง ขณะที่ความต้องการใช้ Silver ในอุตสาหกรรม เช่น โซลาร์และ AI ยังช่วยสนับสนุนแนวโน้มราคาในระยะยาว
ราคาทองคำและ Silver ปรับตัวขึ้น แม้บางมุมมองจะเชื่อมโยงการปรับขึ้นของทองคำและ Silver กับความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยของเฟด แต่ข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่า โอกาสที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยยังสูงถึง 99.4% สะท้อนว่าตลาดยังไม่ได้รับสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างชัดเจน ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าแรงซื้อโลหะมีค่ารอบนี้มาจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความเสี่ยงจากสงครามและวิกฤตพลังงานโลก มากกว่าปัจจัยด้านดอกเบี้ย
นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันพุธนี้อย่างใกล้ชิด โดยนักวิเคราะห์คาดว่า Core CPI ซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ในเดือนนี้ ซึ่งอาจสะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มชะลอลง อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและสงครามอิหร่านยังคงเป็นปัจจัยใหม่ที่อาจเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเงินเฟ้อในระยะต่อไป
ด้านสงครามระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอล กับอิหร่าน ได้เข้าสู่วันที่ 11 โดยทั้งสองฝ่ายยกระดับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่านี่เป็นวันที่มีการโจมตีอิหร่านรุนแรงที่สุด เพื่อกดดันให้บรรลุ 3 เป้าหมายหลัก ได้แก่ การทำลายคลังขีปนาวุธและขีดความสามารถในการผลิตขีปนาวุธของอิหร่าน การทำลายกองทัพเรืออิหร่าน และการไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อย่างถาวร