ทองแกว่งไร้ทิศทาง “กูรู” คาดย่อตัวปรับฐาน รับเฟดลังเลหั่นดอกเบี้ย

เก็งกันให้ดี! “ทอง” แกว่งไร้ทิศทาง “กูรู” คาดย่อตัวแคบๆ “ปรับฐาน” หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ลังเลหั่นดอกเบี้ย เตือนความผันผวนด้าน “ราคา” ยังสูง แนะกลยุทธ์ทำกำไรช่วงสั้น

วันนี้ (20 พ.ย.68) บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) เผยสรุปภาพรวมตลาดทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 10.0 เหรียญ หรือ 0.25% ที่ระดับ 4,077.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ขยับขึ้นมาที่ระดับ 4,097 เหรียญ

กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.29 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,043.72 ตันภาพรวมเดือนพฤศจิกายน ซื้อสุทธิ 3.37 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 170.34 ตัน

ภาพรวมราคาทองคำมีช่วงจังหวะถูกเทขายลงมาก่อนปรับตัวขึ้น โดยยังพอได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อ “Buy on Dip” หลังรายงานประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สะท้อนความเห็นต่างเรื่องการลดดอกเบี้ย แต่การลดเดือน ธ.ค. ยังไม่แน่นอน ส่งผลให้แรงหนุนทองคำค่อนข้างจำกัด ขณะที่ตลาดลดโอกาสลดดอกเบี้ย ธ.ค. เหลือราว 30% และรอติดตามข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อกำหนดทิศทางต่อไป

ภาพรวมรายงานประชุม ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 28-29 ต.ค. ซึ่งระบุว่า กรรมการเฟดมีความกังวลว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจจะส่งผลกระทบต่อการสู้กับเงินเฟ้อ โดยอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% เป็นเวลากว่า 4 ปี

ทั้งนี้ แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% หลังเสร็จสิ้นการประชุมในวันที่ 29 ต.ค. แต่มติการประชุมครั้งนี้ไม่เป็นเอกฉันท์ นอกจากนี้ เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ได้กล่าวในการแถลงข่าวหลังการประชุมว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.ยังคงมีความไม่แน่นอน

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 30% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค.

รวมถึงบันทึกการประชุมเผยว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ตัดสินใจหยุดกระบวนการลดขนาดงบดุล (QT) เร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ โดยจะยุติในวันที่ 1 ธ.ค. เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการเงินมีสภาพคล่องเพียงพอและสามารถควบคุมอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิเคราะห์ราคาทองคำในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังอยู่ในช่วงรอปัจจัยกำหนดทิศทาง ในระยะสั้นคาดว่าราคาจะผันผวนในกรอบ Sideways โดยยังไม่มีแนวโน้มชัดเจน นักลงทุนยังควรบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม เนื่องจากราคายังคงมีความผันผวนสูงรอการ Breakout เพื่อเลือกทิศทางต่อไปประเมินกรอบระยะสั้น

โดยคาดแนวรับที่ 4,050-4,010 เหรียญ และแนวต้านที่ 4,100-4,130 เหรียญ ขณะที่ทองไทยจะมีแนวรับที่ 61,800 บาท และแนวต้านที่ 62,800 บาท

ทั้งนี้ แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ปรับฐาน รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา