“เอกชน” ขออัปเกรดคนละครึ่งพลัส เฟส 2 แจก 30 ล้านสิทธิ เพิ่ม 3,000 บาท
ต้นกุมภาฯ อีจัน
2 ชั่วโมงก่อนหน้า

วันนี้ (17 เม.ย.69) นายสรเทพ โรจน์พจนารัช สตีฟ CEO บริษัท สตีฟ กรุ๊ป (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางต้นทุนต่างๆของร้านได้ปรับเพิ่มขึ้น 15% แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรุง ข้าวสารราคาพืชผักต่างๆหรือแม้กระทั่งเนื้อสัตว์ อาหารทะเลและไข่ไก่รวมไปถึงภาชนะต่างๆที่เป็นพลาสติกไม่ว่าจะเป็นกล่องใส่อาหารถุงใส่อาหารแก้วน้ำที่ใส่เครื่องดื่มกับบ้านหรือแม้แต่ราคาเครื่องดื่มบางชนิดที่ปรับราคาขึ้นเพราะผลกระทบมาจากค่าขนส่ง
แต่ที่น่ากังวลมากที่สุดคือราคาก๊าซหุงต้มและราคาค่าไฟฟ้าที่กำลังปรับสูงขึ้น หากสถานการณ์สงครามยังยืดเยื้อต่อเนื่องไปอีกหนึ่งเดือนทางร้านอาจจำเป็นต้องพิจารณาปรับกลยุทธ์และวิธีต่างๆรวมถึงต้นทุนบางอย่างรวมไปถึงการลดค่าใช้จ่ายต่างๆแม้แต่เรื่องของแรงงาน
ดังนั้น จึงอยากฝากให้ รัฐบาลใหม่ รีบพิจารณาออกมาตราการต่างๆ เพื่อประคองเศรษฐกิจในสถานการณ์ขณะนี้ ภายในสิ้นเดือนเมษายน 2569 โดยเฉพาะร้านอาหารที่เป็น SMEs ที่อยู่ในระบบภาษี เช่น
- มาตราลดหย่อนภาษี โดยให้ลูกค้าที่มาทานอาหารที่ร้านสามารถเก็บใบกำกับภาษีเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้ในปีถัดไปไม่เกิน 2 หมื่นบาท
- ลดเงินประกันสังคมลงครึ่งหนึ่งทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ถึงสิ้นปี 2569 เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายของทั้งนายจ้างและลูกจ้างก่อน
- ช่วยตรึงราคาค่าไฟฟ้าไม่ให้เกินหน่วยละ 3.8 บาทไปก่อน 6 เดือน
- ดูแลตรึงราคาก๊าซหุงต้มเพื่อไม่ให้กระทบธุรกิจร้านอาหารและครัวเรือน
- ให้คุณศุภจีฯ ลงมาดูแลกลไกราคาตลาดสินค้าเกษตรต่างๆรวมทั้งเนื้อสัตว์ เพราะราคาหน้าฟาร์มเกษตรกรยังได้ในราคาที่ต่ำแต่พอมาถึงมือผู้ประกอบการหรือครัวเรือนประชาชนทั่วไปราคากลับสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย
สุดท้ายอยากให้รัฐบาลเร่งเติมเงินเข้ามาในระบบให้กับประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นการประคองค่าใช้จ่ายรายวัน และเพิ่มกำลังซื้อในระบบ ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ซึ่งในสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปราะบางขนาดนี้ ควรจะให้สิทธิ์ประชาชนอย่างน้อยๆ 30 ล้านสิทธิ์ และวงเงิน 3,000 บาทต่อคน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานล่างได้ด้วย