สหรัฐฯ ตุนหนัก! ก่อนภาษีพุ่ง ดันส่งออกไทยครึ่งปีแรกโต 29.7%

น้ำฝน อีจัน

น้ำฝน อีจัน

24 กรกฎาคม 2568

สหรัฐฯ ตุนหนัก! ก่อนภาษีพุ่ง ดันส่งออกไทยครึ่งปีแรกโต 29.7%

(วันนี้ 24 ก.ค.68) กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยสถานการณ์การส่งออกของไทยในช่วงครึ่งปีแรกว่า มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยยอดส่งออกโดยรวมขยายตัวถึง 29.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะการส่งออกไปยัง “ตลาดหลัก” เช่น สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และอาเซียน ที่มีอัตราการเติบโตสูงเป็นพิเศษ สาเหตุสำคัญมาจากการเร่งนำเข้าสินค้าของประเทศคู่ค้าก่อนที่มาตรการภาษีต่างตอบแทนของสหรัฐฯ จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้

ผู้ส่งออกของไทยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อล่วงหน้าในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่มีการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกสูงถึง 41.9% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ครึ่งปีแรกขยายตัว 29.7% สินค้าที่มีความต้องการสูง ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และผลิตภัณฑ์พลาสติก ขณะที่สินค้าบางกลุ่มเริ่มชะลอตัว เช่น อุปกรณ์กึ่งตัวนำ รถยนต์ และอัญมณี

จีนยังคงเป็นตลาดส่งออกสำคัญ โดยขยายตัว 23.1% ต่อเนื่อง 9 เดือน สินค้าหลักที่ขยายตัวได้ดี เช่น ผลไม้สด-แช่เย็น เครื่องคอมพิวเตอร์ และผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนตลาดสหภาพยุโรปขยายตัว 11.9% ต่อเนื่อง 13 เดือน โดยมีสินค้าเครื่องจักร เคมีภัณฑ์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

ตลาดญี่ปุ่นและอาเซียนกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหลังหดตัวในช่วงก่อนหน้า โดยญี่ปุ่นขยายตัว 3.2% และอาเซียน 6.5% ตลาดกลุ่ม CLMV เติบโต 9.0% อย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าตลาดส่งออกในภูมิภาคและประเทศพัฒนาแล้วยังมีศักยภาพในการขยายตัว แม้ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลก

ในขณะที่ตลาดรองบางแห่งก็มีแนวโน้มฟื้นตัว เช่น เอเชียใต้ขยายตัว 20.1%, สหราชอาณาจักร 17.6% และรัสเซียกับกลุ่ม CIS 14.1% อย่างไรก็ตาม บางตลาดยังคงหดตัว เช่น ออสเตรเลีย -14.1%, แอฟริกา -13.7%, ตะวันออกกลาง -4.5% และลาตินอเมริกา -1.6% โดยปัจจัยที่ทำให้ตลาดเหล่านี้หดตัว เช่น ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงานที่ผันผวน และความต้องการสินค้าที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคม กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งการเจรจากับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) โดยเสนอเปิดตลาดให้มากขึ้น หวังแลกกับอัตราภาษีที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดอเมริกา หากการเจรจาสำเร็จ ไทยจะสามารถแข่งขันได้ในระดับเดียวกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอย่างเวียดนามและอินโดนีเซีย

ในระยะยาว กระทรวงพาณิชย์ยังวางแผนปรับโครงสร้างการส่งออก โดยเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ สร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ และผลักดันการใช้วัตถุดิบในประเทศให้มากขึ้น ลดการพึ่งพาจากแหล่งนำเข้าเดิม เพื่อกระจายความเสี่ยง

สำหรับครึ่งปีหลัง กระทรวงพาณิชย์เตือนว่า ยังต้องเฝ้าระวังหลายปัจจัย ทั้งความไม่แน่นอนจากสงครามในตะวันออกกลาง การชะลอการลงทุนของภาคเอกชน ความผันผวนของความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ผลไม้ และผลของมาตรการภาษีสหรัฐฯ ที่อาจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้นำเข้าทั่วโลก

กระทรวงยืนยันว่ามีความพร้อมในการออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ พร้อมกับผลักดันกลไกสนับสนุนทั้งภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การส่งออกของไทยสามารถฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน แม้ในสภาวะแวดล้อมการค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา