ททท. คาดหยุดยาว 4 วัน คนไทยแห่เที่ยว 2.83 ล้านคน-ครั้ง ดันเงินสะพัด 1 หมื่นล้านบาท
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
1 พฤษภาคม 2569

วันนี้ (1 พ.ค. 69) น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า สถาการณ์การท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่องวันแรงงานแห่งชาติและวันฉัตรมงคล ระหว่างวันที่ 1-4 พ.ค. 2569 คาดการณ์ว่าจะมีคนไทยเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 2.83 ล้านคน-ครั้ง และสร้างรายได้หมุนเวียนทางการท่องเที่ยวประมาณ 10,050 ล้านบาท โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 64%

สำหรับสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศช่วงนี้คาดว่าจะชะลอตัว เนื่องจากแรงกดดันจากราคาพลังงานและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้คนไทยระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ประกอบกับผู้บริโภคเพิ่งผ่านการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ทำให้พฤติกรรมการท่องเที่ยวเปลี่ยนไปเป็นการเน้นความคุ้มค่าและคำนึงถึงงบประมาณเป็นหลัก และเน้นเที่ยวระยะใกล้ โดยพาครอบครัวพักผ่อนก่อนเปิดเทอม โดยเน้นจุดหมายปลายทางที่เดินทางสะดวกและใช้เวลาไม่นาน สอดคล้องกับข้อมูลจากอโกด้าที่พบว่ามีการค้นหาแหล่งท่องเที่ยวที่ขับรถได้จากกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ระยอง (เพิ่มขึ้น 44%), พัทยา (เพิ่มขึ้น 40%) และชลบุรี (เพิ่มขึ้น 29%) นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่าคนไทยร้อยละ 12-20 เลือกเที่ยวในจังหวัดตนเองหรือจังหวัดใกล้เคียงแบบไม่พักค้างคืน
น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า ส่วนพื้นที่ยอดนิยมและรายได้ ในเชิงพื้นที่ในภูมิภาคที่มีความคึกคักมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ภาคกลาง 843,700 คน-ครั้ง ภาคตะวันออก 619,500 คน-ครั้ง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 558,300 คน-ครั้ง ส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุด 3 อันดับแรก คือ ภาคตะวันออก 2,710 ล้านบาท ภาคกลาง 1,930 ล้านบาท และภาคใต้ 1,690 ล้านบาท
ส่วนเมืองหลักยอดนิยมที่คนไทยนิยมเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวนี้ ได้แก่ กาญจนบุรี, ชลบุรี, กรุงเทพมหานคร, นครราชสีมา และฉะเชิงเทรา ขณะที่เมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) ยอดนิยม ได้แก่ สุพรรณบุรี, อุดรธานี, จันทบุรี, ราชบุรี และเชียงราย
น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเดินทางคือการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของ ททท. และพันธมิตร เช่น เทศกาลอาหารริมเขื่อนอัมพวา, เทศกาลผลไม้เขาชะเมา และงานประเพณีต่างๆ ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบที่ต้องเฝ้าติดตาม นอกจากเรื่องค่าครองชีพแล้ว ยังมีเรื่องของสภาพอากาศที่ร้อนจัดและพายุฤดูร้อนในบางพื้นที่ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อกิจกรรมกลางแจ้ง รวมถึงการแข่งขันจากการท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยพบว่าคนไทยกลุ่มที่มีกำลังซื้อให้ความสนใจค้นหาข้อมูลการเดินทางไปโฮจิมินห์เพิ่มขึ้นถึง 134% และดานัง 58% ในช่วงเวลาเดียวกันนี้