นายยุทธศักดิ์ สุภสร อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยว่า กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญจากการเป็น “ปีแห่งการฟื้นตัว” ในปี 2567 ไปสู่ “ปีแห่งความเปราะบาง” ในปี 2568 และจะกลายเป็น “ปีที่ต้องตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์” หรือ “ปีทดสอบโครงสร้าง” อย่างแท้จริงในปี 2569
โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2567 เป็นปีที่การท่องเที่ยวฟื้นตัวเต็มรูปแบบด้วยจำนวนนักท่องเที่ยว 35.5 ล้านคน สร้างรายได้ 1.95 ล้านล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดโควิด-19 ขณะที่ในปี 2568 ตัวเลขกลับเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวลดลงเหลือ 33 ล้านคน หรือลดลงราว 7.2% ส่งผลให้รายได้หายไปกว่าแสนล้านบาท แม้ในช่วงต้นปีจะเติบโตดีแต่เริ่มอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาสที่ 2 และ 3
สำหรับแนวโน้มในปี 2569 นายยุทธศักดิ์ระบุว่าไม่ใช่ภาพของการ “ทรุดตัว” แต่คือ “ความผันผวนที่สูงขึ้น โดยคาดการณ์ไว้ 3 ฉากทัศน์ คือ กรณีเลวร้าย (worst case) ที่ 30–31 ล้านคน, กรณีฐาน (Base Case) 31.5–32.5 ล้านคน และกรณีที่ดีที่สุด (Best Case) 32.5–33.5 ล้านคน ซึ่งหากจำนวนนักท่องเที่ยวต่ำกว่า 33 ล้านคน รายได้รวมอาจลดลงต่ำกว่า 1.7 ล้านล้านบาท

อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวเสริมว่า ปัญหาหลักของการท่องเที่ยวไทยไม่ใช่เพียงแค่เรื่องจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ต้องพิจารณาถึงโครงสร้างภายใน ทั้งเรื่องการใช้จ่ายต่อหัว การกระจุกตัวของตลาด สัดส่วนกลุ่มพำนักระยะยาว (Long Stay) และกลุ่มพรีเมียมที่ยังมีขนาดเล็กเกินไป หากไทยยังคงเน้นการเติบโตเชิงปริมาณ เพียงอย่างเดียว จะทำให้ติดกับดักตัวเลข 30–35 ล้านคนที่มีความผันผวนทุกปี และเป้าหมายการกระตุ้นรายได้ 6 ล้านล้านบาทภายใน 4 ปีจะกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง

“อนาคตของการท่องเที่ยวไทยจึงต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ขยับจาก “จำนวน” สู่”มูลค่า” เปลี่ยนจาก “High Season” เป็น”High Quality” และรุกตลาด “Premium & Long Stay” แทนตลาดแมส (Mass Market) โดยตัวชี้วัดความสำเร็จต้องวัดที่รายได้ต่อคนและความมั่นคงของระบบเป็นสำคัญ” อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าว
