นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า หนี้ครัวเรือนไตรมาสที่ 4 ปี 2568 มีมูลค่า 16.44 ล้านล้านบาท ขยายตัว 0.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นครั้งแรกหลังหดต่อเนื่อง 3 ไตรมาส ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้น 86.7% หลังจากทรงตัวมา 2 ไตรมาส

ขณะที่ข้อมูลของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเครดิตบูโร ในไตรมาส 4 ปี 2568 พบว่าคุณภาพสินเชื่อครัวเรือนยังมีแนวโน้มอ่อนแอลงต่อเนื่อง โดยยอดคงค้างสินเชื่อบุคคลธรรมดาที่ค้างชำระเกิน 90 วัน หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) มีมูลค่า 1.31 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็น 9.59% ของสินเชื่อรวม และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน
นายดนุชา กล่าวด้วยว่า พฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่มักซื้อสินค้าและบริการตามรีวิวหรือเทรนด์ออนไลน์สื่อสังคมออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางความบันเทิงสำหรับคน Gen Z เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่กระแสใหม่ ๆ เกิดขึ้น และเป็นแหล่งสร้างความไว้วางใจต่อสินค้าและบริการ
โดยงานศึกษา Visa Gen Z Decoded 2025 พบว่า แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่ม Gen Z ไทย ได้แก่ YouTube, TikTok และ Facebook ทั้งนี้ 58.0% ของผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทย ระบุว่าเชื่อถือคำแนะนำจากครีเอเตอร์ที่ตนติดตาม และ 50.0% มีทัศนคติเชิงบวกต่อแบรนด์ที่ปรากฏบนแพลตฟอร์มดังกล่าว (Visa, 2025) สะท้อนให้เห็นว่าสื่อออนไลน์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจบริโภคของคนเจนซี Gen Z ไทย
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากเครดิตบูโรพบว่า ในไตรมาสสี่ ปี 2568 หนี้คงค้างบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลของกลุ่มอายุต่ำกว่า 25 ปี เพิ่มขึ้น 13.5% และ 11.5% ตามลำดับ โดยเพิ่มขึ้นมากที่สุดจากทุกกลุ่มอายุ สะท้อนว่าอิทธิพลสื่อออนไลน์มีผลต่อการตัดสินใจบริโภค ดังนั้น จึงควรเร่งเสริมสร้างทักษะทางการเงินแก่คนรุ่นใหม่ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ดังเช่น กรณีของออสเตรเลียที่มีการจัดการเรียนการสอนทักษะทางการเงินตั้งแต่ระดับประถมศึกษา รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับอิทธิพลของสังคมและกลุ่มเพื่อนที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่าย
