ก.เกษตร ทลายโกดัง ยาฆ่าแมลง ไม่มีทะเบียน ยึดของกลาง เกือบ 1,000 ลิตร

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

27 มกราคม 2568

ก.เกษตร ทลายโกดัง ยาฆ่าแมลง ไม่มีทะเบียน ยึดของกลาง เกือบ 1,000 ลิตร

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายประกาศสงครามกับสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย โดยให้กรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช หน่วยงานความมั่นคง ปราบปรามปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่ผิดกฎหมาย ตรวจตราร้านค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตรอย่างเข้มงวด หากพบผู้กระทำความผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ล่าสุดได้รับรายงานจากนายสมชาย ฉันทพิริยะพูน ผู้อำนวยการกลุ่มควบคุมตามพระราชบัญญัติ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จังหวัดจันทบุรี ว่า ได้นำทีมสารวัตรเกษตร สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร ร่วมกับ ทีมหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราชปฏิบัติการเชิงรุก เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ้านแปลง จังหวัดจันทบุรี เข้าตรวจค้นภายในโกดังเก็บปัจจัยการผลิตทางการเกษตรแห่งหนึ่งในอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พบวัตถุอันตรายที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน และผลิตภัณฑ์ที่สงสัยว่าเป็นวัตถุอันตรายที่ไม่มีคุณภาพ จำนวน 6 รายการ ปริมาณรวม 984 ลิตร มูลค่ารวมกว่า 3 แสนบาท ซึ่งของกลางทั้งหมดได้ถูกยึดและอายัดไว้เพื่อตรวจสอบคุณภาพและดำเนินการแจ้งความเอาผิดดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป โดยในเบื้องต้นถือเป็นการกระทำความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

นายรพีภัทร์ กล่าวย้ำว่า ขอเตือนเกษตรกรในการเลือกซื้อปัจจัยการผลิตทางการเกษตรให้ได้คุณภาพ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยเกษตรกรสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง จากการเลือกซื้อสินค้าที่ได้รับอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร หรือร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการร้านค้าจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ (Q-shop) หรือเลือกซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้ ไม่ซื้อจากรถเร่หรือพ่อค้าเร่ อ่านฉลากดูชื่อสามัญ ประโยชน์ วิธีใช้ก่อนตัดสินใจซื้อ ตรวจดูวันที่ผลิตไม่เกิน 2 ปี สภาพภาชนะบรรจุไม่เก่าหรือเสื่อม ตรวจดูภาชนะบรรจุไม่รั่วไหล ไม่แบ่งขายหรือถ่ายลงภาชนะอื่น ไม่ซื้อสินค้าที่ห้ามนำเข้า ห้ามผลิต หรือห้ามจำหน่าย เช่น พาราควอต คลอร์ไพริฟอส พาราไธออน ไดโครโตฟอส เมธามิโดฟอส เป็นต้น และที่สำคัญควรตรวจฉลากผลิตภัณฑ์ตามข้อกำหนดของกฎหมาย มีเลขทะเบียนถูกต้อง ชื่อการค้า เครื่องหมายการค้า สถานที่ผลิตของผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย ทั้งหมดนี้จะต้องมีบนบรรจุภัณฑ์ที่ชัดเจน

ด้านนายพิทวัฒน์ อ่อนทองหลาง ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 กล่าวว่า สำหรับภาคตะวันออกมีร้านจำหน่ายวัตถุอันตรายทางการเกษตร จำนวน 1,792 ร้าน ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี จำนวน 788 ร้าน จากจำนวนร้านปัจจัยการผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ภาคตะวันออก จำนวน 2,209 ร้าน และเป็นร้านที่ตั้งอยู่จังหวัดจันทบุรี จำนวน 814 ร้าน โดยในจำนวนนี้มีร้านค้าที่ได้รับการรับรองการจำหน่ายปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ (Q-Shop) ในภาคตะวันออก จำนวน 161 ร้าน และตั้งอยู่จังหวัดจันทบุรี จำนวน 49 ร้าน

อย่าเสี่ยงใช้ของที่ไม่ได้คุณภาพ ผิดพลาดนิดเดียวพืชผลเสียหายหลายแสน ตัวเราเองก็จะอันตรายด้วยนะครับ