ธปท.ห่วงโลกแบ่งขั้ว หลังสหรัฐฯ บุกเวเนฯ เขย่าปมขัดแย้ง “จีน”

“แบงก์ชาติ” ห่วงสถานการณ์โลกแบ่งขั้ว หลัง ”สหรัฐฯ“ บุก ”เวเนฯ“ เขย่าปมขัดแย้งการค้า “จีน” หวั่นกระเทือนเศรษฐกิจโลกกระทบ “ไทย”

วันนี้ (7 ม.ค.69) ดร.ปิติ ดิษยทัต รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต้นปี 2569 สะท้อนถึงความไม่แน่นอนในระดับโลก ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดจากการค้าโลกที่ปั่นป่วน ทำให้มีการปรับโครงสร้างการผลิตด้านการค้า ขณะที่ปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และเวเนฯ เป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงให้ความไม่แน่นอนด้านทหารมากขึ้น

สำหรับปัจจัยความเสี่ยงมี 3 ด้าน เริ่มจากเรื่องแรกคือ ความไม่แน่นอนทางการค้า ในช่วงปีที่ผ่านมาโลกต่างได้รับผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างการผลิตและการค้าระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง

2.ความไม่แน่นอนด้านการทหาร ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความตึงเครียดจากสงครามและการใช้กำลังอาวุธ โดยสหรัฐฯ มีบทบาทสำคัญในการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ทางทหาร ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นในระดับสากล

และ 3.ความไม่แน่นอนทางการเงิน ที่อาจจะเกิดความปั่นป่วนทางการเงินโลก ที่มาจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบการเงินโลกที่สหรัฐฯ มีบทบาทนำ 

สำหรับผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และภูมิภาคเอเชีย พบว่าประเด็นทางการเมืองเริ่มมีอิทธิพลมากกว่าเศรษฐกิจ โดยบริบทของรัฐศาสตร์โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในประเด็นความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศนี้ ส่งผลโดยตรงต่อภูมิภาคเอเชีย นักวิเคราะห์และผู้กำหนดนโยบายควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในด้านเสถียรภาพการเงิน 

“ปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินบาทเกิดความผันผวน โดยมีทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศที่ควรนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน”