กรมศุลกากรคุมเข้มทุกช่องทางห้ามส่งออกน้ำมันไปกัมพูชา 

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

17 ธันวาคม 2568

กรมศุลกากรคุมเข้มทุกช่องทางห้ามส่งออกน้ำมันไปกัมพูชา 

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมิ.ย.ผ่านมา กรมศุลกากรได้เข้มงวดการส่งออกน้ำมันที่เป็นพลังงานเชื้อเพลิงไปกับกัมพูชา และตั้งแต่เดือนก.ค. เป็นต้นมา พลังงานเชื้อเพลิงที่เป็นน้ำมันไม่มีการส่งออกไปยังกัมพูชา ภายหลังจากฝ่ายความมั่นคงได้ความร่วมมือกับกรมศุลกากร และกระทรวงพลังงาน ทำให้โรงกลั่นน้ำมันและบริษัทผู้ผลิตน้ำมัน ได้ห้ามส่งออกน้ำมันทันที ทั้งทางบกและทางทะเล 

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร

“ความมั่นนคงของประเทศต้องมาก่อนเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนเรื่อผลกระทบทางเศรษฐกิจก็มีต้องมีบ้างตามปกติ เพราะที่ผ่านมา ไทยค้าขายและเกินดุลกับกัมพูชา อย่างต่อเนื่องทุกปี” นายพันธ์ทอง กล่าว

ส่วนการส่งออกน้ำมันไปยัง สปป.ลาวนั้น จากการตรวจสอบสถิติย้อนหลัง ปริมาณก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญโดยเดือนต.ค. ที่ผ่านมา ส่งออกน้ำมันไป สปป.ลาว  20 ล้านลิตร เดือนพ.ย. 25 ล้านลิตร และเดือนธ.ค. เพียง 10 กว่าวัน มีประมาณ 12.6 ล้านลิตร ไม่ได้มีปริมาณก้าวกระโดด 5 หรือ 10 เท่าตามกระแสข่าวแต่อย่างใด โดยเฉพาะด่านช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี โดยปีงบประมาณ 2567 ไทยส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปกัมพูชา 2,229 ล้านลิตร และปีงบประมาณ 2568 มีจำนวนลดลงเหลือ 1,172 ล้านลิตร 

ส่วนกรณีที่ระบุว่า ไทยส่งออกน้ำมันไปยัง สปป.ลาว แล้ววนกลับเข้าไปยังกัมพูชานั้น อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ไม่น่าเป็นไปได้ และไม่สมเหตุสมผลทางธุรกิจ เนื่องจากการนำเข้าน้ำมันในลักษณะนี้ ทำให้ต้น ทุนในการส่งขนส่งแพงขึ้น ราคาน้ำมันขายปลีกในกัมพูชาก็จะแพงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น วิธีการทำธุรกิจคือ สั่งซื้อโดยตรงจากประเทศอื่นไม่ต้องผ่านไทย เช่น จีน เวียดนาม และสิงคโปร์ ทำให้น้ำมันที่ขายในกัมพูชาไม่ได้แพงขึ้นและไม่อยู่ในภาวะขาดแคลน