เศรษฐกิจแย่-รายได้หด “แบงก์” ไม่ปล่อยสินเชื่อ คนแห่กู้หนี้นอกระบบพุ่ง
ต้นกุมภาฯ อีจัน
25 กันยายน 2568

วันนี้ (25 ก.ย.68) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) หรือหน่วยงานจัดอันดับเครดิตของสหรัฐฯ เพิ่งประกาศปรับมุมมอง (Outlook) ของไทยจากมีเสถียรภาพ (Stable) เป็นเชิงลบ (Negative) โดยยังคงอันดับเครดิตที่ BBB+
นายธนวรรธน์กล่าวว่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากปัญหาหนี้ ทั้งหนี้สาธารณะของรัฐบาล และหนี้ครัวเรือนไทย ซึ่งประเทศไทยมีปัญหาหนี้ครัวเรือนมาเป็น 10 ปี จากระดับหนี้ที่สูงกว่า 80% ของกรขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี)
“ถ้าปีนี้เศรษฐกิจโตเกิน 2% ขึ้นไป หนี้ครัวเรือนจะอยู่ที่ระดับ 86% แม้จะเทรนด์ลดลง แต่ครัวเรือนโดยรวมประชาชนยังก่อหนี้เพิ่มขึ้น จากเศรษฐกิจที่ค่อยๆ ดีขึ้น ทำให้หนี้ต่อครัวเรือนสูงถึง 740,596 บาท/ครัวเรือน ซึ่งก่อหนี้เพิ่ม 22% เพิ่มขึ้นในรอบ 4 ปี สะท้อนว่าเศรษฐกิจไม่ดีและมีผลต่อรายได้”

จากรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานตัวเขหนี้ครัวเรือนไทยไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 87.4% ต่อจีดีพี มูลค่า 16.35 ล้านล้านบาท ขณะที่ข้อมูลจากเครดิตบูโร ระบุคุณภาพสินเชื่อครัวเรือนยังมีปัญหา แม้ภาพรวมสัดส่วนหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 8.78% ปรับลดลงจาก 8.94% ของไตรมาสก่อน แต่มูลค่าหนี้เสียยังขยายตัวสูงถึง 8.7% รวมถึงมีสินเชื่อค้างชำระระหว่าง 30-90 วัน มีมูลค่า 0.57 ล้นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อสินเชื่อรวม 4.25% เพิ่มขึ้นจาก 4.17% ของไตรมาสก่อน
โดยหอการค้าไทย ได้สำรวจสภาพหนี้ครัวเรือนไทย ปี 2568 จากตัวอย่างจำนวน 1,716 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 15-22 ก.ย.68 พบว่า 95.1% มีปัญหาหนี้สิน และมีเพียง 4.9% ที้ไม่มีปัญหานี้ โดยประเภทหนี้ 3 อันดับแรกคือ 1.หนี้บัตรเครดิต 46.8% 2.หนี้บ้าน 40% และ 3.หนี้ยานพาหนะ 37.1%

นอกจากนี้ พบว่าลักษณะการก่อหนี้นอกระบบมากขึ้น โดยปี 2568 คนก่อหนี้ 15.4% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ระดับ 0.3% ขณะที่การกู้หนี้ในระบบลดลง โดยปี 2568 อยู่ที่ 50.9% เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 59.9% และกลุ่มที่มีหนี้ทั้งในและนอกระบบ ปี 2568 อยู่ที่ 33.7% ลดลงจากปีก่อนที่ 39.8%
โดยปี 2568 สัดส่วนหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือน 740,596 บาท โต 22.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สูงสุดในรอบ 4 ปี โครงสร้างหนี้แบ่งเป็นในระบบ 65% (ลดลงจาก 69.9%) และหนี้นอกระบบ 35% (เพิ่มจาก 30.1%) ภาระผ่อนต่อเดือน 20,290 บาท (+8%) ในระบบ 18,164 บาท
“หนี้นอกระบบมีสัดส่วนสูงขึ้น หมายความว่าการปล่อยสินเชื่อในระบบตึงตัว จากสถาสบันการเงินมีอัตราการปล่อยสินเชื่อติดลบต่อเนื่อง 3-4 ไตรมาส สะท้อนว่าเมื่อหนี้ในระบบเต็มทำให้ไปกู้นอกระบบมากขึ้น”
ทั้งนี้ สาเหตุการก่อหนี้คือมีเหตุที่ต้องใช้เงินแบบไม่คาดคิด และภาระทางการเงินในครอบครัว รวมถึงรายได้ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย สำหรับข้อเสนอแนะในการแก้หนี้ครัวเรือน ผู้ตอบแบบสำรวจ 16.1% เพิ่มรายได้ อีก 12.3% ให้ความรู้ด้านการเงินมากขึ้น และ 11.4% อยากให้ลดค่าครองชีพสอดคล้องกับกลุ่มเปราะบาง