ร้านอาหารเฮ! พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับใหม่  หนุน นทท. ใช้จ่ายเพิ่ม

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

11 กันยายน 2568

 ร้านอาหารเฮ! พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับใหม่  หนุน นทท. ใช้จ่ายเพิ่ม

วันนี้ (11 ก.ย. 2568) นายสรเทพ โรจน์พจนารัช สตีฟ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย เปิดเผยว่า ขอขอบคุณคณะรัฐบาลทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายค้านชุดที่แล้ว ที่รับฟังเสียงผู้ประกอบการช่วยปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในช่วง 14.00-17.00 ชั่วโมง เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเป็นการแก้กฏหมายที่ล้าหลังให้เข้ากับยุคสมัย ขอชื่นชมในด้านวิสัยทัศน์และการเข้าใจบริบทของกฎหมายที่ล้าหลังโดยเฉพาะเป็นคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ซึ่งใช้มายาวนานกว่า 53 ปี

“การแก้กฎหมายดังกล่าว จะช่วยกระตุ้นยอดขายของร้านอาหารได้มากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ติดข้อกฎหมายของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 253 ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในช่วงเวลา 11.00 – 14.00 และช่วงเวลา 17.00-24.00 น. เท่านั้น ซึ่งทำให้มีช่วงฟันหลอในช่วงหลังเวลา 14.01-16.59 น. ซึ่งในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะต่างชาติที่จะออกมากินข้าว ดื่มเบียร์ ในเวลานี้ ซึ่งในช่วงเวลา 14.00-17.00 เป็นช่วงที่ร้านอาหารค่อยข้างจะเงียบเหงาและไม่สามารถทำรายได้ได้ และยังสร้างความมึนงง และไม่เป็นมาตรฐานสากลในกับนักท่องเที่ยวที่มาจากทั่วโลก ดังนั้นหลังกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้จะส่งผลดีและยอดขายต่อผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการส่งเสริมคาเฟ่เบียร์คราฟให้เติบโตขึ้นด้วย” นายสรเทพ กล่าว

นายรเทพ กล่าวเสริม ราชกิจจานุเบกษา ลงประกาศ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 โอยมีสาระสำคัญให้ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 253 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2515 และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2558 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางและการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ ลงวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 เฉพาะข้อ 6

สำหรับวัตถุประสงค์ของคณะปฏิวัติ 2515 ฉบับนี้ วัตถุประสงค์เดิมที่ประกาศออกมา คือไม่ต้องการให้ข้าราชออกไปนั่งดื่มในเวลางาน ซึ่งใช้กันมา 53 ปี ซึ่งบริบททางสังคมนั้นเปลี่ยนไปอย่างมากในปัจจุบัน ทางชมรมฯ ได้เรียกร้องไปก่อนหน้านั้นหลายครั้งว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เปลี่ยนมาเป็นประเทศที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก รวมถึงเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อยากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว บริบทอันนี้ไม่สามารถนำไปใช้กับคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 เรื่องห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร 14.00 น.- 17.00 น. อีกต่อไป

ทั้งนี้ทางชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารเข้าใจว่ามีหลายหน่วยงานมีความกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อเยาวชน ซึ่งทางชมรมได้พยายามเรียกร้องมาตลอดให้กับเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่เป็นร้านอาหารเท่านั้นที่ให้ยกเลิกการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 14.00 น.-17.00 น. และมั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบต่อเยาวชนใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเรามีกฎหมายในการดูแลหลายฉบับทับซ้อน ตัวอย่าง ไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกับผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ กฎหมายเมาแล้วขับก็ครอบคลุมในส่วนตรงนี้อยู่แล้ว ที่สำคัญตนได้เน้นย้ำตลอดว่าไม่มีอะไรดีไปกว่าการปลูกจิต สำนึกและให้ความรู้แก่ประชาชน ซึ่งมันดีกว่าการเอากฎหมายมาครอบ ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถ ค้าขายได้ตามสภาพประเทศแห่งการท่องเที่ยว หรือตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

“ตัวอย่าง ตนเองเกิดมาในยุค Gen X จะคุ้นเคยกับประโยคที่ว่า “ตาวิเศษเห็นนะ” ซึ่งเป็นแคมเปญใหญ่ในการรณรงค์ต่อเนื่องกันมาหลาย 20 ปี ในเรื่องไม่ให้คนไทยทิ้งขยะบนท้องถนน เป็นการปลูกจิตสำนึก ซึ่งฝังไปในจิตสำนึก จนมาถึงรุ่นปัจจุบันจนทำให้บ้านเมืองสะอาดจนถึงทุกวันนี้ เช่นเดียวกันกับที่ตนเคยพูดว่า ต้องขอบคุณ สสส.ที่ทำแคมเปญใหญ่เมาไม่ขับมาตลอดระยะเวลา 10 กว่าปี ทำให้ประชาชนมีจิตสำนึก เมาไม่ขับ” นายสรเทพ ระบุ

นอกจากนี้หากปลดล็อกคำสั่งคณะปฏิวัติฉบับนี้ยังจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในกับกลุ่มภาคธุรกิจร้านอาหารให้สามารถเติบโต และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการขยายตัวของผิลตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ให้กับประเทศไทยสามารถเติบโตได้ในปีนี้ รวมทั้งยังส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย