วันนี้ (9 ม.ค.69) เวลา 09.00 น. รายงานจาก สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง +450 บาท ทำให้ทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 66,400 บาทต่อบาททองคำ ขายออกบาทละ 66,500 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ราคาทองคำรูปพรรณ รับซื้อบาท 65,066.72 บาทต่อบาททองคำ และขายออกบาทละ 67,300 บาทต่อบาททองคำ
บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) สรุปภาพรวมตลาดทองคำ โดยสรุปภาพรวมตลาดทองคำ ราคาทองคำตลาดโลกปิดขยับลงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และตลาดจับตาคำพิพากษาศาลสูงสหรัฐฯ กรณีการใช้อำนาจของโดนัลด์ ทรัมป์ในการใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉิน (IEEPA) เพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้าในวงกว้าง
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 15.0 เหรียญ หรือ 0.34% ที่ระดับ 4,477.0 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 1,067.13 ตันภาพรวมเดือนมกราคม ขายสุทธิ 4.86 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ขายสุทธิ 4.86 ตัน
นักวิเคราะห์จาก HSBC คาดการณ์ว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มพุ่งแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เนื่องจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
Goldman Sachs ระบุว่าตลาดสินค้า Silver กำลังอาจเผชิญภาวะ supply shock โดยเฉพาะในลอนดอน ส่งผลให้ราคามีความอ่อนไหวต่อกระแสเงินทุนและผันผวนรุนแรงกว่าปกติ ปัจจัยดังกล่าวเกิดจาก ข้อจำกัดด้านอุปทานในบางภูมิภาค ไม่ใช่การขาดแคลน Silver ทั่วโลก ขณะที่การย้ายโลหะเงินไปยังสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า รวมถึงมาตรการจำกัดการส่งออกของจีน อาจทำให้ความผันผวนของราคายังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป
CME Group ระบุว่า ทิศทางตลาดโลหะมีค่าในปี 2026 จะถูกกำหนดโดยปัจจัยเชิงโครงสร้างมากกว่าวัฏจักรเศรษฐกิจ หลังทองคำและเงินทำจุดสูงสุดในปี 2025 โดยความต้องการสะสมทองคำจากธนาคารกลางยังเป็นแรงหนุนหลัก และบทบาทของทองคำในฐานะเครื่องมือกระจายความเสี่ยงท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
ขณะเดียวกันตลาดโลหะเงินเผชิญความตึงตัวด้านอุปทาน และความผันผวนของอัตราส่วนทองคำต่อเงินที่สูงขึ้น ส่วนโลหะกลุ่มแพลทินัมยังคงเคลื่อนไหวตามวัฏจักรอุตสาหกรรมมากกว่าบทบาทสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
ขณะที่คืนนี้ตลาดจับตาคำพิพากษาศาลสูงสหรัฐฯ เวลา 22.00 น. กรณีการใช้อำนาจของโดนัลด์ ทรัมป์ในการใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉิน (IEEPA) เพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้าในวงกว้าง หากศาลชี้ว่าใช้อำนาจเกินขอบเขต รัฐบาลอาจต้องคืนภาษีมากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ คำตัดสินดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อนโยบายการค้า ความเชื่อมั่นตลาดโลก และอาจกระตุ้นความผันผวนของดอลลาร์ หุ้น และทองคำในระยะสั้น
