ปรากฏการณ์ “เจนนี่” ไลฟ์สดสะเทือนห้าง ทุบยอดขายร้อยล้าน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

14 ตุลาคม 2568

ปรากฏการณ์ “เจนนี่” ไลฟ์สดสะเทือนห้าง ทุบยอดขายร้อยล้าน

วันนี้ (14 ต.ค.68) ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ถอดบทเรียน “เทศกาลเจนนี่” จุดสำคัญในโลกปัจจุบันจะเห็นคนที่ประสบความสำเร็จที่เป็นอินฟลูเอ็นเซอร์ หรือยูทูปเบอร์ ซึ่งจากที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก และติดตามดูทุกวัน คล้ายกับการดูรายการโทรทัศน์ ทำให้มีหลายเจนเนอเรชั่นให้ความสนใจและติดตามต่อเนื่อง ซึ่งนอกเหนือจากที่ไปดูเพื่อการซื้อขาย แต่มีการพูดคุยระหว่างกัน หรือวิธีการอื่นๆ ที่ทำให้มีผู้ติดตามสนใจเข้าไปรับชมเป็นจำนวนมาก

และคนรุ่นปัจจุบันการซื้อของด้วยระบบออนไลน์ (อีคอมเมิร์ซ) มันง่ายกว่าการซื้อของผ่านการโฆษณาบนทีวี แม้จะมีวิธีการที่ทำอยู่ต่อเนื่อง เช่น การลดราคา การมีของแจก หรือมีของแถม สำหรับการซื้อสินค้าและมีการทดลองให้ใช้เป็นลักษณะที่ทำให้เหมือนมีการขายอยู่หน้าร้าน

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการนำรูปแบบการขายมาทำผ่านออนไลน์ ประกอบกับมีคนดัง อินฟลูเอนเซอร์มานั่งคุยกัน และขายของที่ตรงประเด็น รวมถึงมีการเร่งเร้าให้ซื้อสินค้ากระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อตาม ส่งผลให้ยอดขายสินค้าสูงขึ้นต่อเนื่อง

“ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นความต้องการของคนมาจากรสนิยมและกระแส เมื่อมีคนไม่เคยดูก็เข้าไปดู คนไม่เคยซื้อก็อาจจะลองซื้อสินค้าได้”

โอกาสของผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) จุดแรกจะเห็นหลายหลายคนที่อาจจะไม่ได้เป็นคนมีชื่อเสียง แต่ขายสินค้าได้ดีจนกลายเป็นคนมีชื่อเสียง สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ที่สำคัญคือช่องทางออนไลน์ชัดเจนมากว่าสามารถทำธุรกิจได้ และช่องทางออนไลน์สามารถขายของได้สูงกว่าการขายออฟไลน์

”เอสเอ็มอี ต้องมีองค์ความรู้สำหรับการขายของและการเปิดออนไลน์ หรือแม้แต่จะไลฟ์ขายของก็ต้องมีสไตล์ในการขายที่ถูกจริตคนมากแค่ไหน ซึ่งจากที่เห็นช่องที่มีการขายสินค้าหลากหลายจะประสบความสำเร็จมากกว่าช่วงที่มีการขายสินค้ารูปแบบเดียวกัน”

ขณะเดียวกัน ยอดขายที่ถล่มทลายมาจากการเข้าชมของผู้รับชม เนื่องจากการไลฟ์ขายสินค้าอาจมีการจัดโปรโมชั่น หรือราคาสินค้าขายสูงหรือต่ำแค่ไหน และจังหวะแบบนี้เป็นการเร่งเร้าให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าในทันที

นอกจากนี้ อัตราการเข้าชมของผู้บริโภค โดยเฉลี่ยอัตราส่วน 100 คน ซื้อสินค้า 1 คน หากมีคนชม 500,000 คน ก็มีคนซื้อ 5,000 คน หรือหากซื้อ 10% เท่ากับมีคนซื้อ 50,000 คน ดังนั้น มูลค่าเงินสะพัดถึงได้เยอะมาก

”จะสังเกตเห็นไม่มีห้างสรรพสินค้าไหนเลยที่มีคนเดินทีเดียว 500,000 คนแต่มีห้างออนไลน์ที่มีคนเข้ามาดูทีเดียวถึงจำนวน 500,000 คน“

ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ลักษณะนี้ควรมีข้อควรระวัง ในภาพใหญ่เมื่อมีผู้ขายของจำนวนมาก ธุรกิจในภาพรวมจะดี แต่คำถามคือสินค้าที่ขายนั้นมีการผลิตในไทย หรือสินค้าที่นำเข้า หากมีการนำเข้าสินค้าเข้ามาขายเงินอาจจะรั่วไหล หากสินค้ามีการผลิตในไทยก็จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ เพราะเมื่อมีการจ้างงานเกิดขึ้นก็ทำให้เม็ดเงินสะพัดด้วย

นอกจากนี้ เรื่องของความน่าเชื่อถือ หากผู้ที่มาทำธุรกิจเป็นผู้มีชื่อเสียงก็จะเกิดความน่าเชื่อถือว่าสินค้าที่นำมาขายนั้นดีหรือไม่ และสินค้าตรงปกหรือไม่ ดังนั้นเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ สินค้าจะต้องตรงกับที่รีวิวเอาไว้ รวมถึงธุรกิจที่แข่งขันกันเอง หรือที่สินค้าคล้ายกัน ก็ต้องมีการแข่งขันเกิดขึ้น ด้วยการจัดโปรโมชั่น ซึ่งทำให้ประชาชนได้ประโยชน์