วิกฤตหนัก 67 อุทกภัยครั้งใหญ่ ทุบเศรษฐกิจพัง

น้ำฝน อีจัน

น้ำฝน อีจัน

31 ธันวาคม 2567

วิกฤตหนัก 67 อุทกภัยครั้งใหญ่ ทุบเศรษฐกิจพัง

วิกฤตหนักของคนไทย ปี 2567 น้ำท่วมหนักในรอบหลาย 10 ปี หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ สุโขทัย ลงสู่ใต้ช่วงท้ายปี ใต้ท่วมหนักไม่ทันได้ตั้งตัว กระทบหนัก 4 จังหวัดภาคใต้ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี จนมาสิ้นสุดที่นครศรีธรรมราช

น้ำท่วมหนัก ทุบเศรษฐกิจพัง
“เสียหายหนัก เศรษฐกิจ ชีวิต และทรัพย์สิน”
สภาพแม่สายภาพหายนะที่คล้ายกับวันสิ้นโลก ผู้คนสิ้นเนื้อประดาตัว น้ำพัดพาทุกอย่างไปจนหมดตัวไม่เหลืออะไร แม่สายเต็มไปด้วยกองโคลน แม้เคลียร์แล้วก็ยังไม่ดีขึ้น ข้อมูลจาก ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานว่า อุทกภัยทางภาคเหนือ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบราว 3 ล้านไร่ แบ่งเป็นพื้นที่การเกษตรประมาณ 1,166,992 ไร่ และพื้นที่อื่นอีกประมาณ 1,826,812 ไร่ ประเมินมูลค่าความเสียหายแล้วประมาณ 29,845 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.17% ของ GDP (ข้อมูล ณ 28 ก.ย. 2567) มวลน้ำมหาศาลทุบภาคเกษตรพังมากที่สุด มูลค่าความเสียหายประมาณ 24,553 หรือประมาณ 82.3% ของความเสียหายทั้งหมด

สถานการณ์น้ำท่วมของประเทศไทยในปีนี้ ช่วงเดือนกันยายน ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ประเมินความเสียหายไว้ประมาณ 75,000 ล้านบาท หรือ คิดเป็น 0.5% ของ GDP หากรวมความเสียหายของน้ำท่วมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ น่าจะมีความเสียหายราว 80,000 – 85,000 ล้านบาท หรือประมาณ 0.6% ของ GDP

ปัจจัยหลักน้ำท่วมกระทบข้าวของ แพง!
ภัยพิบัติ สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ผักขาดตลาด ประกอบกับในช่วงเทศกาลกินเจในเดือนตุลาคม หลายพื้นที่ต้องการใช้ผักเป็นจำนวนมาก จึงส่งผลให้ราคาผักบางชนิดพุ่งขึ้นสูง ตามความต้องการของผู้บริโภค อาทิ ผักชี ที่ราคาพุ่งขึ้นสูงถึงกิโลกรัมละ 250 บาท จากเดิมกิโลกรัมละ 80 บาท ทำให้พ่อค้าแม่ค้าร้านขายอาหารหลายร้าน ต้องปรับตัว บางเมนูที่เคยใส่ผักชี ก็ไม่ได้ใส่ผักชีเหมือนเคย