เฟทโก้ รอ “พิชัย” ปักวันนัดถกแนวทางฟื้นตลาดหุ้นไทย

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

17 กุมภาพันธ์ 2568

เฟทโก้ รอ “พิชัย” ปักวันนัดถกแนวทางฟื้นตลาดหุ้นไทย

วันนี้ (17 ก.พ.68) นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) เปิดเผยว่า เฟทโก้ได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงการคลัง เพื่อขอนัดหมาย นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการตอบกลับ เพื่อสรุปวันนัดหมายจากทางเจ้าหน้าที่หน้าห้องรองนายกรัฐมนตรี

นายกอบศักดิ์กล่าวว่า พร้อมกันนี้เฟทโก้ได้นัดสมาชิกทั้ง 7 องค์กร ร่วมหารือผ่านระบบออนไลน์ในวันที่ 18 ก.พ.68 เพื่อเตรียมเสนอวาระต่างๆ ให้กระทรวงการคลังพิจารณา อาทิ เรื่องขอต่ออายุกองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF) เรื่องการฟื้นกองทุนทุนหุ้นระยะยาว (LTF) กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน 2 (Thai ESG 2) รวมถึงมาตราการที่จะช่วยปรับปรุงตลาดหุ้นไทยให้กลับมามีเสน่ห์อีกครั้ง

สำหรับเรื่อง LTF ทางเฟทโก้พร้อมหารือกับกระทรวงการคลัง ถึงแนวทางและการผลักดัน จากที่ประเมินเบื้องต้นมองว่ามี 2-3 ทางเลือกที่ทำได้ อย่างแรกคือการตั้งกองทุน Thai ESG 2 ขึ้นมา เน้นหุ้นไทยเป็นหลัก เฟทโก้สนับสนุนมองเป็นเรื่องที่ดี สำหรับแผนนี้สามารถดำเนินการได้เลย เนื่องจากอุตสาหกรรมมีกองทุน ESG อยู่แล้ว หากตั้งกองทุนนี้ขึ้นมาเพื่อให้เหมือน LTF จะต้องเน้นหุ้นไทยเป็นสำคัญ ตัวเงื่อนไขต้องเหมือน ETF (Exchange Traded Fund) และเน้น ESG เพราะนักลงทุนปัจจุบันให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้มากขึ้น ทั้งนี้ คงต้องปรึกษากับทางรัฐบาลดูอีกครั้ง

“ชื่อเรียกอย่าไปกังวลใจมาก เป็นว่าแนวคิดตรงกันกับทุกคน อยากให้เป็นหุ้นมากหน่อย และเป็น ESG ด้วย ด้วยกฎเกณฑ์ ESG มีอยู่แล้วสามารถเดินหน้าได้เลยเพียงแต่เพิ่มเกณฑ์ให้มีหุ้นไทยให้มากขึ้น“นายกอบศักดิ์ กล่าว

โดยกองทุนนี้สามารถรับ LTF กองเดิมได้เลย หากต้องการใช้สิทธิทางภาษี เรื่องนี้ต้องหารือกับกระทรวงการคลังว่าจะมีรูปแบบไหน ประเด็นที่สำคัญ คืออยากให้มีสิทธิทางภาษีได้หรือไม่ ถ้าใช้ได้ก็แปลงมายังกองนี้ได้เลย จะทำให้มีเงินเข้ามาด้วย ในใจอยากให้ทำกองใหม่ ขายเข้ากองพร้อมรับสิทธิทางภาษี ปกติกองทุนสลับกองได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าได้รับสิทธิทางภาษีหรือไม่

นายกอบศักดิ์กล่าวอีกว่า ถ้าอยากให้ตลาดหุ้นไทยเติบโตอย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญที่สุดคือการหาโปรดักส์ใหม่ โดยหาบริษัทที่มีศักยภาพใหม่ๆ เข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นไทยเพิ่ม อย่างตลาดหุ้นสหรัฐฯที่มีการเติบโตดี เพราะมีหุ้นใหม่อย่างหุ้น 7 นางฟ้ารวมถึงหุ้นใหม่อื่นๆ ที่เข้ามาระดมมากขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯมีมาร์เก็ตแคปใหม่หนุนดัชนี

ขณะที่ตลาดหุ้นไทยย้อนดูเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา หุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปใหญ่และมีอิทธิพลต่อตลาดยังคงเป็นหุ้นกลุ่มเดิม ทำให้มีอัพไซส์ไม่มาก โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงานอยู่ในช่วงขาลง ยิ่งกดดันตลาดฯ เนื่องจากกลุ่มพลังงานรวมมีสัดส่วนถึง 30% ของตลาดฯ ทำให้ดัชนีและมาร์เก็ตแคปยากที่จะเพิ่มขึ้นได้

ทั้งนี้ การทำให้เกิดภาพใหม่ของตลาดหุ้นไทย ต้องมีมาตรการเพิ่มกลุ่มสตาร์ทอัพไทยแล้วทำให้เกิดอุตสาหกรรมแห่งอนาคต นำเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีหลายแบบในการสนับสนุนกลุ่มนี้ หรือให้สตาร์ทอัพต่างประเทศมาใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการเจาะตลาดเอเชีย โดยแก้กฎเกณฑ์ หากทำได้จะช่วยดึงดูดกลุ่มเหล่านี้เข้ามาลงทุนในไทยและชักชวนให้ระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทยได้มากขึ้น

“หัวใจที่สำคัญที่สุด คือ ไทยต้องมีมาร์เก็ตแคปแบบใหม่ นอกจากนี้ ไทยควรขับเคลื่อนปัจจัยพื้นฐานของประเทศ โดยการสนับสนุนให้โครงการพื้นฐานขนาดใหญ่ให้ได้”นายกอบศักดิ์กล่าว