รู้จัก “ธนาคารไร้สาขา” แบงก์เปิดใหม่ครั้งแรกในไทย ดึงรายย่อยเข้าถึง “เงินทุน”

รู้จัก “ธนาคารไร้สาขา” ? แบงก์เปิดใหม่ครั้งแรกในไทย “ธปท.” เผยความคืบหน้า “ธนาคารคลิกซ์” ได้ใบอนุญาตแล้ว 1 ราย เหลืออีก 2 ราย คาดเปิดปี 2569 เชื่อดึงรายย่อยเข้าถึง “เงินทุน” เกิดการแข่งขันมากขึ้น

วันนี้ (19 พ.ค.69) นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยความคืบหน้าเรื่องธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (เวอร์ชวลแบงก์) ปัจจุบันมีความคืบหน้าอย่างชัดเจนเกี่ยวกับผู้สมัครทั้ง 3 ราย โดยมี 1 รายที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังไปเรียบร้อยแล้วคือ ธนาคารคลิกซ์ (CLICX) ซึ่งได้รับอนุมัติไปเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค.69

ขณะที่อีก 2 รายที่เหลือ มีการคาดการณ์ว่ารายหนึ่งน่าจะพร้อมภายในปี 2569 และอีกรายอาจต้องรอถึงปี 2570 ทั้ง 2 รายนี้ได้ขอผ่อนผันระยะเวลาออกมา เนื่องจากตามประกาศเดิมต้องเปิดดำเนินงานภายในวันที่ 19 มิ.ย.69

“ในประสมการณ์ต่างประเทศมันหลากลายมาก บางแห่งก็ใช้เวลา 18 เดือน บางแห่งก็ 20 เดือน บางแห่งก็เกินกว่านั้น อันนั้นเป็นความพร้อมและสิ่งที่ธุรกิจเขาประเมินของเขาเอง”

นอกจากนี้ ธปท. ได้วางกรอบการประเมินความพร้อมของผู้สมัครไว้เป็น 2 ช่วงเวลาหลักอย่างชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่จะได้รับใบอนุญาตจะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและเป็นธรรม

ช่วงเวลาแรก คือการประเมินความพร้อมเพื่อขอรับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง ซึ่งผู้สมัครทั้ง 3 รายที่ผ่านเกณฑ์เบื้องต้น จะต้องผ่านเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดตั้งบริษัท การวางโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ เงินทุน การบริหารจัดการความเสี่ยง ความพร้อมของบุคลากร และที่สำคัญที่สุดคือระบบงานที่ต้องเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์หลังการอนุมัติ เนื่องจากนี่คือดิจิทัลแบงก์ (Digital Bank) ที่ไม่มีสาขาทางกายภาพ

“เรามีการประเมินความพร้อมใน 2 ช่วงเวลา ช่วงแรกคือความพร้อมที่จะไปขอรับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง ซึ่งผู้สมัครทั้ง 3 รายที่ผ่านเนี่ย ก็ต้องผ่านเงื่อนไขไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดตั้งบริษัท การจัดโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ และเงินทุน รวมถึงระบบงานความพร้อมของคน”



นอกจากนี้ ธปท. ยังให้ความสำคัญกับ Green Line หรือการตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (Underserved/Unserved) และ Red Line ซึ่งเป็นเกณฑ์ป้องกันการแข่งขันที่ไม่พึงประสงค์ หรือการหาประโยชน์โดยมิชอบจากการจัดกลุ่มธุรกิจ

ทั้งนี้ ธปท. ย้ำว่าผู้ที่ผ่านการประเมินทุกรายต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบความเรียบร้อยครั้งสุดท้าย (Stage 2) เช่น การทดสอบระบบบนระบบหรือเซิร์ฟเวอร์จริงที่เปิดให้ผู้ใช้งานทั่วไป (Production Environment) จริง และความพร้อมของแอปพลิเคชันก่อนจะเปิดให้ประชาชนใช้งาน โดยใช้มาตรฐานเดียวกันอย่างเท่าเทียม

อย่างไรก็ตาม ธปท. จะเปิดรับสมัครเวอร์ชวลแบงก์เพิ่มเติมอีกหรือไม่ หากมีรายใดรายหนึ่งไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน ธปท. ชี้แจงว่าปัจจุบันยังคงยึดเป้าหมายที่ 3 ราย โดยจะขอประเมินผลการดำเนินงานของ 3 รายแรกไปสักระยะหนึ่งก่อน เหมือนกับโมเดลในต่างประเทศ เช่น เกาหลีใต้

“อย่างประเทศเกาหลีใต้ ช่วงระยะแรกเขาก็เปิดให้ไปก่อน 2 แห่ง แล้วพอดำเนินการไปสักพักใหญ่เลย อีก 4 ปีเขาถึงให้เพิ่มอีก 1 ของเราก็น่าจะสถานการณ์ในทำนองเดียวกัน คือให้กลุ่มจำกัดไปก่อนส่วนหนึ่งแล้วประเมินผลดูว่าควรจะให้เพิ่มหรือไม่”

โดยเหตุผลหลักคือ ธปท. ต้องการให้ผู้เล่นรายใหม่เหล่านี้เข้ามาเติมเต็มระบบการเงินและช่วยให้กลุ่ม Unserved เข้าถึงสินเชื่อได้จริง ก่อนจะพิจารณาขยายจำนวนใบอนุญาตในอนาคต

สำหรับประเด็นการควบรวมกิจการธนาคาร (Bank Merger) นายสมชายกล่าวว่า เป็นเรื่องของโอกาสทางธุรกิจ หากการควบรวมนั้นทำให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นหรือช่วยเสริมจุดแข็งซึ่งกันและกันได้ ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามปกติของภาคธุรกิจสถาบันการเงิน

“ธปท. ยืนยันว่าความรอบคอบและความพร้อมจริงก่อนเริ่มให้บริการคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะทุกวินาทีที่ล่าช้าคือต้นทุน และทุกระบบที่เริ่มเดินหน้าต้องมีความมั่นคงสูงสุดเพื่อประโยชน์ของประชาชน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 3 ธนาคารที่ผ่านการขอใบอนุญาต ดังนี้

  1. ธนาคารคลิกซ์ (CLICX) เป็นการร่วมทุนโดยธนาคารกรุงไทย (KTB) เอไอเอส (AIS) และโออาร์ (OR)
  2. แบงก์เอกซ์ (Bank X) ร่วมทุนโดย บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX คาเคาแบงก์ (KakaoBank) และวีเทคโนโลยี (WeTechnology Limited)
  3. แอสเซนด์แบงก์ (Ascend Bank) โดยกลุ่มเอซีเอ็ม โฮลดิ้ง (ACM Holding) เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP)