สมาคมโรงแรมไทย จ่อพบ “นายกฯ หนู” ยื่นทบทวนค่าแรง 400 บาท ขอเร่งแก้ปัญหาชายแดน
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
5 กันยายน 2568

วันนี้ (5 ก.ย. 2568) นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า สมาคมโรงแรมไทยเตรียมเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เร็วๆ นี้ หากจัดตั้งรัฐบาลได้ภายในเดือนก.ย. นี้ เพื่อให้ทบทวนประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 14) ลงวันที่ 17 มิ.ย. 2568 ที่กำหนดให้ประเภทกิจกรรมโรงแรมตามกฎหมาย ว่าด้วยโรงแรม เฉพาะโรงแรมประเภท 2 โรงแรมประเภท 3 และโรงแรมประเภท 4 ในท้องที่ทุกจังหวัดมีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 400 บาททั่วประเทศ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2568 เป็นต้นไป

ขณะเดียวกันสมาคมโรงแรมยังทำร่างหนังสือที่จะยื่นให้กับศาลปกครองพิจารณาประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 14) ที่ปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำให้กับลูกจ้างฯ โดยสมาคมฯ เห็นว่า ในการพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของคณะกรรมการค่าจ้างจะต้องคำนึงถึงดัชนีค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ มาตรฐานการครองชีพต้นทุนการผลิต ราคาของสินค้าและบริการ ความสามารถของธุรกิจ ผลิตภาพแรงงาน ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ และสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมประกอบกันด้วย
ทั้งนี้ตามมาตรา 87 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ทางสมาคมฯ เห็นว่า แม้ว่ามาตรา 87 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน จะให้อำนาจคณะกรรมการค่าจ้างพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใช้เฉพาะกิจการโรงแรม ในท้องถิ่นใดก็ได้ก็ตาม แต่มิได้หมายความว่าคณะกรรมการค่าจ้างจะพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างในกิจการโรงแรมได้ตามอำเภอใจ ทั้งนี้จะต้องพิจารณาข้อเท็จจริงตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามมาตรา 87 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเดียวกันด้วย
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวเสริมว่า เรื่องเร่งด่วนที่นายกฯ คนใหม่ที่จะต้องในระยะเวลาที่รับตำแหน่งในช่วง 4 เดือนต่อจากนี้ไปจนถึงช่วงรักษาการหลังยุบสภาจนกว่าจะได้รัฐบาลใหม่ คือ เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ความปลอดภัยให้เป็นรูปเป็นร่าง ทุกมิติเพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงเร่งปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการประชาสัมพันธ์ทั้งภาพลักษณ์ที่ดีและการปราบปรามจับกุมผู้ที่กระทำผิดซึ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เช่น แท็กซี่ที่กระทำผิด เป็นต้น โดยให้กระทรวงท่องเที่ยวโดย ททท. หรือกรมการท่องเที่ยวเป็นแม่งานหลักในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเดือนละ 1-2 ครั้ง พร้อมบูรณาการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะท่องเที่ยวเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง
“เรื่องเร่งด่วนเหล่านี้สามารถทำได้เลย อยากให้รัฐบาลทำงานได้ตั้งแต่วันแรกที่จัดตั้งทีมรัฐบาลได้ หรือภายใน 1 สัปดาห์ เพราะหากทำได้เลยก็จะเป็นผลงานของรัฐบาล และสิ่งสำคัญที่มีผลต่อการท่องเที่ยวคือเรื่องของการแก้ปัญหาชายแดนที่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไข เพราะในพื้นที่ชายแดนก็ต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวดังนั้น อยากให้เจรจาและยุติข้อขัดแย้งโดยเร็ว เพื่อเปิดด่านให้ประชาชนในพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนกลับมาเปิดได้อีกครั้ง ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติภาพรวมทั้งปี 2568 คาดว่าจะมีจำนวนสะสม 33 ล้านคนบวกลบ แต่ถือว่ายังต่ำกว่าปี 2567 เพราะเป็นช่วงพีคที่สุดที่คนอัดอั้นอยากเดินทางท่องเที่ยวหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19” นายเทียนประสิทธิ์ กล่าว