ก.เกษตร แนะ วิเคราะห์ดินก่อนใส่ปุ๋ย เคล็ดลับเกษตรกรยุคใหม่ กำไรเพิ่ม-คาร์บอนลด
จัน ลั่นทุ่ง
1 เมษายน 2569

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผย ผลการศึกษาเรื่อง “ต้นทุนส่วนเพิ่มการลดก๊าซเรือนกระจกในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1–12 เพื่อเปรียบเทียบต้นทุน ผลตอบแทน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ระหว่างเกษตรกรที่ปลูกแบบทั่วไปกับเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน พร้อมวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลดก๊าซเรือนกระจก (MAC) จากการปรับพฤติกรรมการใช้ปุ๋ย โดยเก็บข้อมูลจากเกษตรกร 366 ราย ใน 8 จังหวัดสำคัญ ช่วงฤดูเพาะปลูกปี 2567/68
ผลการศึกษา พบว่า เกษตรกรทั่วไปมีต้นทุนเฉลี่ย 5,554.97 บาทต่อไร่ ได้ผลผลิต 752.37 กิโลกรัมต่อไร่ และมีกำไรสุทธิ 1,065.89 บาทต่อไร่ ขณะที่เกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินมีต้นทุนต่ำกว่าอยู่ที่ 5,279.97 บาทต่อไร่ แต่ให้ผลผลิตสูงกว่า 848.75 กิโลกรัมต่อไร่ ส่งผลให้มีกำไรสุทธิสูงถึง 2,189.03 บาทต่อไร่ โดยสามารถลดต้นทุนได้ร้อยละ 4.95 ลดค่าใช้จ่ายปุ๋ยเคมีได้ร้อยละ 15.61 เพิ่มผลผลิตร้อยละ 12.81 และเพิ่มกำไรสุทธิถึงร้อยละ 105.37
ด้านสิ่งแวดล้อม เกษตรกรทั่วไปปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉลี่ย 535.64 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อไร่ โดยส่วนใหญ่มาจากการใช้ปุ๋ยไนโตรเจน ขณะที่การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินลดการปล่อยลงเหลือ 422.73 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อไร่ หรือลดลงร้อยละ 21.08 เนื่องจากมีการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสมและลดการใช้พลังงานในแปลง
เมื่อพิจารณาต้นทุนส่วนเพิ่มในการลดก๊าซเรือนกระจก (MAC) พบว่ามีค่า -9.95 บาทต่อกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า สะท้อนว่าการปรับมาใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินไม่เพียงช่วยลดการปล่อยก๊าซ แต่ยังช่วยประหยัดต้นทุนให้เกษตรกรได้เฉลี่ย 9.95 บาทต่อหน่วย ถือเป็นแนวทางที่คุ้มค่าทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ สศก. เสนอแนวทางผลักดันสู่การปฏิบัติ ได้แก่ การส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มตรวจวิเคราะห์ดินล่วงหน้า ลดการเผาและหันมาไถกลบตอซัง รวมถึงเข้าร่วมศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนเพื่อเข้าถึงองค์ความรู้ ขณะเดียวกันภาครัฐควรยกระดับศูนย์ดังกล่าวให้เป็นศูนย์บริการครบวงจร พร้อมจัดทำแปลงสาธิตต้นแบบ และผลักดันผลงานวิจัยสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างรายได้เสริมและความยั่งยืนให้ภาคเกษตรในระยะยาว