วันนี้ (26 พ.ค. 69) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” หลังเปิดให้ประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการวันแรก เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2569 เป็นวันแรก ได้รับความสนใจอย่างคึกคัก โดยมีประชาชนลงทะเบียนแล้วจำนวน 24,439,670 ราย แบ่งเป็นผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส และลงทะเบียนสำเร็จ 18,322,038 ราย ผู้ลงทะเบียนใหม่ที่อยู่ระหว่างตรวจสอบคุณสมบัติ 5,705,982 ราย และผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติ 411,650 ราย ขณะที่ร้านค้าสมัครเข้าร่วมแล้วกว่า 4.9 แสนราย ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 25 พ.ค. 2569 เวลา 23.00 น.
สำหรับโครงการดังกล่าว เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิตั้งแต่วันที่ 25-29 พ.ค. 2569 เวลา 06.00-22.00 น. หรือจนกว่าจะครบ 30 ล้านสิทธิ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถยืนยันสิทธิได้ทันที ส่วนผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วม ต้องลงทะเบียนใหม่ พร้อมติดตั้งแอปพลิเคชันและยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย
นายลวรณ กล่าวต่อไปว่า คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป มีบัตรประชาชน และต้องไม่เป็นผู้ถูกระงับสิทธิในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1-5 รวมถึงโครงการคนละครึ่ง พลัส อีกทั้งต้องไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามฐานข้อมูล ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569
ด้านร้านค้าที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ครอบคลุมทั้งร้านอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ร้านค้าธงฟ้า วิสาหกิจชุมชน ร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ รวมถึงนิติบุคคลขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยต้องไม่เป็นร้านสะดวกซื้อแฟรนไชส์ และไม่เป็นผู้ที่เคยถูกเรียกเงินคืนหรือระงับสิทธิจากโครงการเดิม ส่วนผู้ให้บริการนวด สปา ทำเล็บ และทำผม จะไม่สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ เพราะ รอบนี้ไม่ใช่โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่เป็นการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน
สำหรับการลงทะเบียนร้านค้า ผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ทันที ส่วนผู้ประกอบการรายใหม่สามารถลงทะเบียนผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ
ขณะที่ร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จแล้วมีจำนวน 490,856 ราย แบ่งเป็นร้านค้ารายเดิม 485,701 ราย และร้านค้ารายใหม่ 5,155 ราย นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการสมัครอีก 499,170 ราย
ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า ผู้ประกอบการร้านค้าที่ยังสนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถทยอยสมัครได้อย่างต่อเนื่อง โดยร้านค้าเดิมสามารถยืนยันสิทธิได้ถึงวันที่ 30 ก.บ. 2569 ส่วนร้านค้าใหม่เปิดรับลงทะเบียนถึงวันที่ 31 ก.ค. 2569 พร้อมขอให้ผู้ประกอบการตรวจสอบและยอมรับเงื่อนไขในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อให้การสมัครสมบูรณ์
ทั้งนี้ ประชาชนและร้านค้าสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการได้ที่ เว็บไซต์ไทยช่วยไทยพลัส
