ครม. เคาะ งบกลาง 800 ล้านบาทซื้อนมกล่องค้างสต็อก และช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
10 กันยายน 2568

น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบอนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 800 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหานมกล่องค้างสต็อก และช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยให้นำงบดังกล่าวไปจัดซื้อนมกล่องยูเอชที เพื่อแจกจ่ายแก่นักเรียนเพิ่มเติมในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนตามข้อเสนอของสภาเกษตรกรแห่งชาติ (สกช.)
ซึ่งรายงานว่าปัจจุบันมีน้ำนมดิบส่วนเกินที่ต้องเร่งนำไปทำเป็นนมกล่องยู เอช ที ทำให้มีนมกล่องคงค้าง 113.87 ล้านกล่อง คิดเป็นมูลค่า 800 ล้านบาทที่ไม่สามารถระบายออกได้ จึงจำเป็นต้องเร่งหามาตรการแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายและเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
“การอนุมัติวงเงิน 800 ล้านบาทในครั้งนี้ จะนำไปใช้ในการจัดซื้อนมกล่องยูเอชทีปริมาณที่เพียงพอ เพื่อนำไปแจกจ่ายเพิ่มเติมให้นักเรียนในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนทั่วประเทศ โดยแบ่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 500 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 300 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะช่วยบรรเทาปัญหานมค้างสต็อกแล้ว ยังทำให้นักเรียนได้รับนมเพิ่มขึ้นกว่า 260 วันต่อปี และเป็นการส่งเสริมสุขภาพเด็กไทยตามนโยบายของรัฐบาล”
ทั้งนี้ ครม. มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม และคณะกรรมการอาหารนมโรงเรียน ประสานการดำเนินงานร่วมกัน โดยต้องกำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อเสนอแนะของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการตรวจสอบคุณภาพนมกล่องที่จัดซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่ามีมาตรฐานและปลอดภัยสำหรับนักเรียน
นอกจากนี้ ครม. ยังให้ความสำคัญกับการติดตามและประเมินผลการดำเนินการอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการทุจริตและความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในโครงการ พร้อมทั้งให้สกช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้โอกาสนี้ในการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมนมไทย พัฒนาผลิตภัณฑ์นมให้มีความหลากหลาย ตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในระยะยาว