“ศุภจี” ถกบิ๊ก เอกชนไทยในสหรัฐฯ วางเกมสู้ภาษีทรัมป์
น้ำฝน อีจัน
18 พฤศจิกายน 2568

(วันนี้ 18 พ.ย. 68) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลหารือกับผู้ประกอบการไทยรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรม Sofitel Los Angeles at Beverly Hills หลังนำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ได้แก่ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดี DITP และนายนิวัฒน์ หาญสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส ร่วมประชุมรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนไทยในสหรัฐฯ เพื่อรับมือมาตรการภาษีของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ และหาแนวทางเพิ่มศักยภาพการแข่งขันสินค้าไทยในตลาดอเมริกา
การประชุมมีผู้ประกอบการไทยในสหรัฐฯ เข้าร่วม ได้แก่ CP North America, Best Oriental Produce, Inc., Sun Lee, Inc., Land and Houses USA, Inc., SCG International USA, Inc. และ AS World USA LLC โดยต่างสะท้อนประสบการณ์ธุรกิจ ปัญหาต้นทุนโลจิสติกส์นำเข้า-ส่งออก รวมถึงผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ พร้อมเสนอให้รัฐช่วยเจรจาลดภาษีบางหมวดสินค้า สนับสนุนการตลาด และเพิ่มข้อมูลเชิงลึกเพื่อช่วยให้ธุรกิจไทยแข่งขันได้มากขึ้น

ภาคเอกชนยังสอบถามความคืบหน้าการเจรจาภาษี Reciprocal Tariffs ไทย-สหรัฐฯ ซึ่งนางศุภจีชี้แจงว่า การเจรจายังคงเดินหน้า มีความคืบหน้าตามกรอบ พร้อมตั้งเป้าสรุปผลตามเวลาเดิม โดยรัฐบาลไทยให้ความสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ และทุกหน่วยงานกำลังประสานงานใกล้ชิดเพื่อเตรียมความพร้อม หากทั้งสองฝ่ายพร้อมเริ่มกระบวนการเจรจาอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ เอกชนยังเสนอประเด็นอื่น เช่น การผลักดันสินค้า SMEs ไทย การส่งออกสินค้าเกษตรที่ตลาดสหรัฐฯ ต้องการ เช่น ไข่ไก่-เป็ด การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร รวมถึงการดึงต่างชาติเข้าลงทุนและซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยผ่านมาตรการ Long Stay Visa
นางศุภจียังเปิดเผยถึงการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่ารัฐบาลพร้อมเดินหน้าเจรจาการค้าอย่างเร่งด่วน โดยจะนำข้อเสนอของเอกชนไปใช้กำหนดนโยบายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการไทยในตลาดสหรัฐฯ พร้อมย้ำความสำคัญของการสกัดการสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า (Transshipment) และการส่งเสริมให้ผู้ผลิตไทยใช้ Local Content มากขึ้น

รัฐมนตรีพาณิชย์ ระบุว่า ไทยต้องเร่งนำนวัตกรรมมาใช้ยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร สร้างจุดขายด้าน “ความมั่นคงอาหาร” จากเดิมที่ขายวัตถุดิบ มุ่งสู่การเป็น Food Security Hub ของโลก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันระยะยาว
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 นางศุภจีได้ประชุมร่วมภาครัฐ-เอกชน 11 หน่วยงาน ติดตามมาตรการปกป้องและตอบโต้ทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงโครงการเพิ่มสัดส่วน Local Content ไทยสู่ตลาดสหรัฐฯ (RVC-UP) โดยเน้น 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. ปัญหาสินค้าราคาถูก-ด้อยคุณภาพ-ผิดกฎหมาย กระทบมาตรฐานและความปลอดภัย
2. การนำเข้าสินค้าที่แข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรม
3. การสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า (Transshipment) ส่งผลต่อศักยภาพและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย
กระทรวงพาณิชย์ย้ำพร้อมเดินหน้าทุกมาตรการ เพื่อหนุนผู้ประกอบการไทยยืนหยัดแข็งแกร่งในตลาดสหรัฐฯ ท่ามกลางความท้าทายของนโยบายการค้าใหม่