“ถนนข้าวสาร” หงอย นักเที่ยวหายวูบ ธุรกิจกลางคืนรอวัน “เซ้งกับเจ๊ง”

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

26 กรกฎาคม 2567

“ถนนข้าวสาร” หงอย นักเที่ยวหายวูบ ธุรกิจกลางคืนรอวัน “เซ้งกับเจ๊ง”

จากสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันอยู่ในขั้นกำลังฟื้นตัว แต่ในทางกลับกัน “ธุรกิจ” ไม่ไหวจะรอ เพราะนายจ้างหลายคนสู้กับความไม่แน่นอน ต้นทุนทางการเงิน รวมถึงกำลังซื้อของคนที่หายไปเรื่อยๆ ไม่ไหว จนนำไปสู่การปิดกิจการในที่สุด

วันนี้ (26 ก.ค.67) รายงานจากรายการ THANTALK ระบุว่าธุรกิจกลางคืนย่านถนนข้าวสาร ที่เป็นสถานท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ไม่ค่อยคึกคักมากนัก แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) เผยว่าช่วง 6 เดือนแรกของปี 67 (ตั้งแต่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน) นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสะสมกว่า 17.5 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวแล้วกว่า 8.25 แสนล้านบาท หรือมีทิศทางฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง


ข่าวน่าสนใจอื่น


ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจในถนนข้าวสารไม่ได้ฟื้นตามตัวเลขนักท่องเที่ยว อีกทั้งสถานการณ์ซบเซาไปถึงขั้นที่ว่าบางกิจการไปต่อไม่ไหว หรือต้องเซ้งกิจการมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเทียบสถานการณ์ถนนข้าวสารในปี 62 หรือช่วงก่อนเกิดโควิดการท่องเที่ยวคึกคักมาก แต่ช่วงที่ผ่านมา หลังจากเกิดโควิดแล้ว พบว่าธุรกิจร้านค้าเปลี่ยนไป และจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยลง

นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า สถานการณ์ถนนข้าวสารมีการเซ้งธุรกิจกว่า 10% มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเท่าตัว เนื่องจากคนไทยเที่ยวน้อยลง เพราะเศรษฐกิจยังซบเซา อีกทั้งในไตรมาส 1/67 (เดือนม.ค.-มี.ค.67) มีนักท่องเที่ยวคึกคักมากขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวชาวจีนกลับเข้าไทยช่วงเทศกาล แต่เมื่อเข้าไตรมาส 2/67 (เดือนเม.ย.-มิ.ย.67) ซึมตัวลง และเริ่มกลับมาฟื้นได้ช่วงเดือนพ.ค.67 จากนักเที่ยวชาวยุโรปช่วงเทศกาล Pride month 2024

“เข้าไตรมาส 3/67 (เดือนก.ค.-ก.ย.67) เริ่มจะไม่คึกคักจากตัวเลขนักท่องเที่ยวไม่เข้าเป้า สะท้อนจากการจอกห้องพักย่านถนนข้าวสารปกติจะมีเงินสะพัดมากกว่า 20 ล้านบาท/วัน ปัจจุบันหายไปเกือบครึ่ง เหลือเพียง 10 ล้านบาท/วัน ส่งผลให้ธุรกิจหายตามไปเช่นกัน แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากรัฐบาลมีมากขึ้น แต่การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่อหัวลดลง”นายสง่ากล่าว

อย่างไรก็ตาม ความหวังของถนนข้าวสาร คาดว่าจะมีความคึกคักมากขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนจะกลับมามีมากถึง 5 ล้านคน การขยายเวลาเปิดสถานบันเทิง (ผับ-บาร์) ให้ขยายเวลาถึง 04.00 น. ให้จัดทำเป็นโซนนิ่ง (แม้จะเริ่มทำในบางพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่แพร่หลายมากขึ้น) รวมถึงการปลดล็อกการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงเวลา 14.00-17.00 น.

ทั้งนี้ ถนนข้าวสารได้ชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนขวัญใจชาวต่างชาติมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 80% และคนไทย 20% แต่ในสถานการณ์ ณ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่มาแฮงค์เอ้าท์ในย่านข้าวสารลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนคนไทยจากเดิมที่นิยมมาเที่ยวในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เป็นหลักวันใดวันหนึ่งของสัปดาห์โดยเฉลี่ย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ปัจจุบันค่าเฉลี่ยกลายเป็น 1 ครั้งต่อ 2 สัปดาห์