วันนี้ (16 พ.ค. 69) น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยภายหลังกลุ่มผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อ สคบ. กรณีถูกบริษัทเอเจนซี่หลอกขายตั๋วเครื่องบินเส้นทางญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรป โดยแอบอ้างโปรโมชั่นจากสายการบิน แต่กลับไม่ได้รับตั๋วและไม่สามารถเดินทางได้จริง รวมเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ล่าสุด สคบ. ได้รับเรื่องร้องเรียนเรื่องคล้ายกันนี้จำนวน 8 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 10 ล้านบาท โดยมีพฤติการณ์ในลักษณะ “หลอกสร้างความน่าเชื่อถือ” ช่วงแรกผู้ซื้อได้ตั๋วและเดินทางจริง และเกิดการบอกต่อ จากนั้นบริษัทเริ่มไม่ส่งมอบตั๋วตั้งแต่เม.ย. 2569 รวมถึงมีการเรียกเก็บเงินเพิ่ม โดยอ้างเป็นส่วนต่างค่าน้ำมันและภาษีสนามบิน เมื่อโอนเพิ่มก็ยังไม่ได้ตั๋ว และเมื่อทวงเงินคืนก็ผัดผ่อนไม่มีกำหนด
“ล่าสุดได้สั่งการให้ สคบ. ตั้งทีมเฉพาะกิจรับเรื่องร้องเรียนกรณีนี้เป็นการเร่งด่วน เปิดช่องทางพิเศษให้ผู้เสียหายทุกรายเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสิทธิโดยเร็วที่สุด”

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้บริโภคและมีหนังสือเรียกผู้ประกอบธุรกิจ และสายการบินเข้าพบพนักงานเจ้าหน้าที่ ในวันที่ 21 พ.ค. 2569 เพื่อให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวเพิ่มเติม และอาจจะมีการเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจคืนเงินให้แก่ผู้บริโภค หากไม่สามารถตกลงกันได้ให้ดำเนินคดีแทนผู้บริโภคทันที ควบคู่กับการประสานกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ดำเนินคดีอาญากับขบวนการหลอกลวงทุกข้อหา ไม่มีข้อยกเว้น
“ยืนยันว่า สคบ. ไม่ได้ทำงานเฉพาะการตรวจสอบหน้าบ้านอย่างเดียว แต่งานหลังบ้านในการตามเก็บเคสและช่วยเหลือผู้เสียหายเดินคู่ขนานกันทุกเคส และได้กำชับเลขาธิการ สคบ. ให้รายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้บริโภคทุก 7 วัน พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเป็นระยะ เพื่อให้ประชาชนเห็นผลการทำงานที่จับต้องได้ และมั่นใจว่าทุกเรื่องร้องเรียนจะไม่ตกหล่น”
น.ส.ศุภมาส กล่าวเสริมว่า ฝากเตือนประชาชนยึดหลัก “3 เช็ก” ก่อนโอน ได้แก่
1. เช็กตัวตน ควรซื้อตรงจากผู้ให้บริการสายการบิน หรือผ่านแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ หากจำเป็นต้องซื้อผ่านเอเจนซี่ หรือผ่านผู้ให้บริการนำเที่ยว ควรตรวจสอบข้อมูลการขออนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวจากกรมการท่องเที่ยว หรือกับผู้ให้บริการสายการบินว่าเอเจนซี่ดังกล่าวเป็นตัวแทนจำหน่ายหรือไม่
2.เช็กราคา ระวังตั๋วราคาถูกผิดปกติเมื่อเทียบกับเว็บไซต์สายการบินหลัก
3.เช็กเงื่อนไขการโอน เลี่ยงโอนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา หากถูกขอโอนเพิ่มเพื่อแก้ “ดีลเก่า” ให้สันนิษฐานว่าเป็นกลโกง
“ใครคิดใช้ช่องว่างออนไลน์เอาเปรียบผู้บริโภค รัฐบาลและ สคบ. จะเอาจริงทุกราย ไม่ปล่อยลอยนวล เมื่อมีผู้เสียหาย 1 ครั้ง ดิฉันจะสั่งการติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นแบบเดียวกันในทุกกรณี ผู้บริโภคที่เดือดร้อนทุกรายจะได้รับการช่วยเหลือ ขอให้พี่น้องประชาชนตรวจสอบให้รอบคอบทุกครั้งก่อนโอนเงิน” น.ส.ศุภมาส กล่าว
