“ศุภจี” เร่งเครื่องเจรจาการค้า บุกสหรัฐดันข้าวไทย เร่งปิดดีล FTA หลายประเทศ
น้ำฝน อีจัน
19 พฤศจิกายน 2568
(วันนี้ 19 พ.ย. 68) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าทำงานหนักด้านการค้า เดินสายพบปะทั้งทูตและภาคเอกชนต่างประเทศหลายราย เป้าหมายหลักคือ ขยายตลาดส่งออกสินค้าไทย
เร่งปิดดีลหรือเดินหน้า FTA กับหลายประเทศ ลดความเสี่ยง จากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการภาษีของประเทศคู่ค้า ภาพรวมคือ ไทยพยายาม “ไม่เอาไข่ทุกฟองใส่ตะกร้าใบเดียว” แต่กระจายตลาดไปหลายทิศ ทั้งอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออก

บุกสหรัฐ เจรจาบิ๊กผู้นำเข้าข้าวไทย ดันข้าวหอมมะลิไทยรุกตลาดเต็มสปีด หนึ่งในภารกิจสำคัญ คือการที่ ศุภจี นำทีมพาณิชย์เข้าพบ Mr. Royce A. Nicolaisen CEO บริษัท Otis McAllister ซึ่งเป็น ผู้นำเข้าข้าวไทยรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ
สาระสำคัญของการหารือ Otis เป็นผู้เล่นหลักในตลาดข้าวไทยของสหรัฐฯ ปี 2567 นำเข้าข้าวไทยจากไทยกว่า 118,000 ตัน มูลค่าประมาณ 151 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีเครือข่ายกระจายข้าวไทยกว้างมาก ครอบคลุม ห้างค้าปลีก (Mainstream Supermarket) ค้าส่งรายใหญ่ ร้านอาหารและ Foodservice ซูเปอร์มาร์เก็ตเอเชีย และฮิสแปนิกทั่วสหรัฐ
ประเด็นที่ไทยหยิบยกคุย ขอความร่วมมือกัน ขยายการนำเข้าข้าวหอมมะลิ และข้าวศักยภาพอื่น ๆ จากไทย ร่วมหาทาง ลดผลกระทบจากมาตรการภาษีและต้นทุนโลจิสติกส์ของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ ซึ่งเพิ่มต้นทุนสินค้าไทย ใช้โครงการ RICE HUB มาช่วย เล่าเรื่อง “ข้าวไทย” ให้ชัดเจนขึ้น เน้นเรื่องรสชาติ คุณภาพ และคุณค่าของข้าวไทย เพื่อให้ข้าวไทย ขายได้ในราคาดีขึ้น ไม่ใช่แข่งกันแต่ราคาถูก
ศุภจีเน้นว่า โลกวันนี้เผชิญทั้ง ความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ไทยจึงต้องการยกระดับบทบาทเป็น “Food Security Hub” คือ ขายความมั่นคงทางอาหาร ไม่ใช่แค่ขาย “ข้าวถุง” หรือวัตถุดิบอย่างเดียว
ฝั่ง Otis ก็ไม่เพียงยืนยันว่าจะเดินหน้าซื้อข้าวไทยต่อเนื่อง แต่ยังตอบรับคำเชิญเดินทางมาไทยต้นปี 2569 เพื่อร่วมกิจกรรม Exclusive Incoming Mission พบผู้ส่งออกไทย เจรจาขยายดีล มองหาคู่ค้ารายใหม่ ซึ่งจะช่วยหนุนตลาดข้าวไทยในสหรัฐฯ ให้เติบโตต่อเนื่อง

แคนาดา เร่งปิดดีล FTA ภายในปี 2569 ประตูบุกอเมริกาเหนือ ศุภจีเข้าพบเอกอัครราชทูตแคนาดา หัวใจของการพูดคุยคือ เร่งปิดดีล FTA ไทย-แคนาดา ภายในปี 2569 หากสำเร็จ จะเป็น FTA ฉบับแรกของไทยกับประเทศในอเมริกาเหนือ ไทยเน้นผลักดันสินค้า อาหารทะเลแปรรูป ข้าว ไก่ปรุงสุก อาหารสัตว์เลี้ยง สินค้าเกษตรและอาหารอื่นๆ พร้อมทั้งพูดคุยเรื่องความร่วมมือด้านอนาคต เช่น เทคโนโลยีเกษตร-อาหาร พลังงานสะอาด ดิจิทัล และ AI
รัสเซีย เปิดประตูการค้าใหม่ เน้นอาหาร-Future Food และการท่องเที่ยว
จากการหารือกับทูตรัสเซีย ทั้งสองฝ่ายเห็นว่า การค้าระหว่างไทย-รัสเซีย ยังมีโอกาสโตได้อีกมาก ไทยมีศักยภาพเรื่อง สินค้าเกษตรแปรรูป อาหารมูลค่าสูง และ Future Food ซึ่งผู้บริโภครัสเซียเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น
นอกจากสินค้าแล้ว ยังมีเรื่อง การท่องเที่ยวและการลงทุน เช่น ดึงนักท่องเที่ยวรัสเซียมาไทยระยะยาว (Long Stay) สนับสนุนการซื้ออสังหาริมทรัพย์ การใช้จ่ายในไทย เพื่อให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่เศรษฐกิจไทยมากขึ้น แนวทางนี้ช่วยให้ไทยมีตลาดใหม่รองรับความเสี่ยงจากประเทศคู่ค้าหลักเดิม

อินเดีย ดัน FTA ให้ครอบคลุมมากขึ้น เชื่อมซัพพลายเชนไทย-อินเดีย
ศุภจีพบเอกอัครราชทูตอินเดีย โดยย้ำว่า ไทยและอินเดียมีกรอบ “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” อินเดียเป็นเศรษฐกิจใหญ่ติดอันดับโลก และมีประชากร Gen Z จำนวนมาก กำลังซื้อและตลาดผู้บริโภคจะเติบโตสูงมากในอนาคต
ไทยต้องการให้อินเดีย เดินหน้าต่อจาก FTA เดิม ทำให้กลายเป็น “Comprehensive FTA” ครอบคลุมทั้ง การค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุนความร่วมมือเศรษฐกิจ สินค้าและธุรกิจที่ถูกพูดถึงเป็นพิเศษ อัญมณีและเครื่องประดับ เคมีภัณฑ์ อาหารแปรรูป รวมถึงการเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิต ระหว่างไทย-อินเดีย เพื่อส่งออกต่อไปยังประเทศอื่น

เกาหลีใต้ เร่ง CEPA ดึงทุนไฮเทค ใช้ไทยเป็นฐานผลิต ศุภจีหารือกับทูตเกาหลีใต้ เพื่อผลักดัน ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม (CEPA) ไทย-เกาหลีใต้
เป้าหมายสำคัญเพื่อ ยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุน ดึงบริษัทเกาหลีใต้ ซึ่งเก่งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้ามาลงทุนเพิ่มในไทย
สาขาที่เกาหลีใต้เด่น และไทยอยากดึงมาลงทุน เช่น ยานยนต์และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พลังงานสะอาด ดิจิทัล และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ธุรกิจความงามและเครื่องสำอาง
เกาหลีใต้มีบริษัทมาลงทุนในไทยแล้วหลายร้อยราย การเจรจารอบนี้ช่วย “ย้ำความเชื่อมั่น” และเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับนักลงทุน

สวีเดน กระชับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ดัน FTA ไทย-EU
การหารือกับเอกอัครราชทูตสวีเดน มี 2 เรื่องหลัก คือ
1. ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-สวีเดน
- สวีเดนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับไทยมายาวนาน
- มีบริษัทใหญ่ ๆ มาลงทุนในไทย เช่น SAAB, Volvo, Electrolux, IKEA, Ericsson
2. สนับสนุนการเจรจา FTA ไทย-EU
- ช่วยลดอุปสรรคทางการค้า
- เปิดโอกาสสินค้าไทยเข้ายุโรปได้มากขึ้น
โอกาสสำคัญของไทยในตลาดสวีเดนและยุโรป สินค้านวัตกรรม เทคโนโลยี และอุปกรณ์โทรคมนาคม อาหารแปรรูป-สินค้าออร์แกนิค ซึ่งผู้บริโภคสวีเดนสนใจสินค้าเพื่อสุขภาพ และใส่ใจสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ

จากการเดินสายเจรจาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเห็นว่า ศุภจี มีการเคลื่อนไหวในหลายมิติพร้อมกัน คือ บุกสหรัฐ เจรจาบริษัทนำเข้าข้าวรายใหญ่สุด เร่ง FTA – CEPA กับ แคนาดา (ประตูสู่อเมริกาเหนือ) อินเดีย (ตลาดขนาดใหญ่กำลังซื้อสูง) เกาหลีใต้ (ฐานเทคโนโลยี-อุตสาหกรรม) สวีเดน และผลักดันต่อไปถึง FTA ไทย-EU เปิดตลาดใหม่กับรัสเซีย ทั้งสินค้าเกษตร-อาหารและการท่องเที่ยว
ทั้งหมดนี้มุ่งไปที่เป้าหมายเดียวกัน คือ ทำให้สินค้าไทยมีตลาดใหม่เพิ่มขึ้น ลดการพึ่งพาประเทศคู่ค้าเดิมเพียงไม่กี่ราย ผลักดันให้ไทยเป็นทั้ง ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหาร (Food Security Hub) และฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค