“ทอง” เปิดตลาดนิ่ง! ทองแท่ง 63,650 รูปพรรณ 64,450

”ทอง“ วันนี้ (5 ธ.ค.68) เปิดตลาดนิ่งๆ “ทองแท่ง” 63,650 “รูปพรรณ” 64,450 ยืนระดับ 6 หมื่น “กูรู” ลุ้นราคาเทสต์ 66,000 บาท รอรับปัจจัยธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หั่นดอกเบี้ย หนุนทองดีด

วันนี้ (5 ธ.ค.68) เวลา 09.00 น. รายงานจาก สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 63,550 บาทต่อบาททองคำ ขายออกบาทละ 63,650 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ราคาทองคำรูปพรรณ รับซื้อบาท 62,277.28 บาทต่อบาททองคำ และขายออกบาทละ 64,450 บาทต่อบาททองคำ

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ภาพรวมราคาทองคำสัปดาห์นี้ (5-7 ธ.ค. 68) ยังเคลื่อนไหวในเชิงบวก โดยราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญที่บริเวณ 4,155 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อย่างมั่นคง หรือคิดเป็นทองไทยที่ประมาณ 63,260 บาท (อิงอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 4 ธ.ค. ที่ 32.03 บาท)

หากระดับดังกล่าวยังถูกประคองไว้และมีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่อง ราคาทองคำมีโอกาสขยับขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ 4,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ ซึ่งเทียบเป็นราคาทองไทยประมาณ 64,800 บาท และ 66,000 บาท 

ดังนั้น จึงแนะนำกลยุทธ์รอย่อซื้อ ที่บริเวณแนวรับ 4,200 / 4,175 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยประมาณ 63,500 / 63,000 บาท

ทั้งนี้ หากราคาทองคำอ่อนตัวแต่ไม่หลุดต่ำกว่า 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยราว 62,800 บาท ยังถือว่าโครงสร้างภาพรวมเป็นขาขึ้น ขณะเดียวกัน หากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ย ก็จะยิ่งช่วยหนุนให้ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับแรงหนุนที่สำคัญ ภายใต้ปัจจัยความคาดหวังต่อนโยบายอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยถึงการได้ตัดสินใจเลือกผู้ที่จะเสนอชื่อเป็นประธานเฟดคนใหม่แล้ว และคาดหวังว่าผู้ที่ถูกเลือกจะดำเนินนโยบายลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดทองคำ

โดยมีชื่อของนาย Kevin Hassett ที่ปรึกษาเศรษฐกิจใกล้ชิดทรัมป์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวเต็งที่จะเข้ารับตำแหน่ง ต่อจากนาย Jerome Powell ซึ่งปัจจัยดังกล่างจึงช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในเชิงบวกต่อทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัยอื่นๆ

ตลาดกำลังประเมินโอกาสเฟด จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยช่วง ธ.ค.นี้ ซึ่งล่าสุด FedWatch Tool ประเมินความเป็นไปได้สูงถึงประมาณ 89% เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน จากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มอ่อนแรงลง ทั้งภาคแรงงาน การใช้จ่ายผู้บริโภค และความเชื่อมั่น ทำให้สนับสนุนแนวคิดที่ว่า เฟดอาจต้องลดดอกเบี้ยเพื่อประคองเศรษฐกิจ และความคาดหวังดังกล่าวส่งผลให้เกิดแรงหนุน ทำให้ราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญได้อย่างแข็งแกร่ง

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก Goldman Sachs ได้ตอกย้ำมุมมองเชิงบวกของตลาดต่อทองคำ โดยกว่า 70% ของนักลงทุนสถาบันทั่วโลกมองว่า ทองคำยังคงอยู่ในรอบขาขึ้น และมองเป้าหมายระยะยาวในโซน 4,500 – 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือสูงกว่า

โดยแรงหนุนสำคัญมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ การเข้าซื้อของธนาคารกลาง, การอ่อนค่าของดอลลาร์, ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์, และความต้องการกระจายความเสี่ยงจากหุ้นและคริปโต ดังนั้นมุมมองดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่าในปัจจุบันทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ควรถือมากกว่าควรขาย