ก.เกษตร เตรียมสำรวจ และฟื้นฟู พื้นที่เกษตร เร่งด่วน หลัง #น้ำท่วมเหนือ67 ลด
พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)
3 กันยายน 2567

เกษตรกรไทยหลายครัวเรือน กำลังเศร้าโศกเสียใจกับความเสียหายที่เกิดขึ้น จากน้ำท่วมใหญ่ ปี 2567 นอกจากบ้านเรือนจะเสียหายแล้ว ที่ดินทำกินซึ่งเป็นแหล่งรายได้ก็เสียหายไปด้วย หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตามที่ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดประชุมสถานการณ์อุทกภัยและฟื้นฟูเกษตรกรหลังน้ำลดปี 2567 ที่ประชุมได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตรสำรวจและเร่งฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลด โดยมีการประชุมเกษตรจังหวัดในพื้นที่ประสบอุทกภัย ใน 33 จังหวัด ผ่านระบบออนไลน์เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พร้อมสนับสนุนช่วยเหลือทันที และประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว จำนวน 23 จังหวัด ได้แก่ มหาสารคาม อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด พะเยา จันทบุรี พิจิตร กาญจนบุรี ตาก ปราจีนบุรี เพชรบูรณ์ กาฬสินธุ์ ตราด ขอนแก่น นครนายก แพร่ พิษณุโลก อุดรธานี เลย เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน สุโขทัย และหนองคาย มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 121,733 ราย

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สำหรับการประชุมครั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ พื้นที่เกษตรได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ให้เร่งสำรวจ และประเมินความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ และการช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูอาชีพหรือฟื้นฟูผู้ที่ประสบภัย ดังนี้

1. สำรวจตรวจเยี่ยมเพื่อประเมินความเสียหายเบื้องต้น เมื่อสถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติหรือสามารถเข้าพื้นที่เยี่ยมเยียน พูดถึงปัญหาความเดือดร้อน ให้คำปรึกษาและความเชื่อมั่นการเข้าถึงสิทธิการช่วยเหลือตามกฎหมาย กระบวนการขั้นตอนการช่วยเหลือตามระเบียบฯ และกรอบเวลา ช่องทางการขอรับการช่วยเหลือ การตรวจสอบสิทธิและสถานะการรับเงินช่วยเหลือ ประสานงานร่วมหน่วยงานเพื่อฟื้นฟูให้กลับคืนสภาพที่ดีกว่าเดิม สนับสนุนปัจจัยที่จำเป็นขั้นพื้นฐาน ตลอดจนบริหารความคาดหวังของเกษตรกรให้เป็นที่พึงพอใจตามกฎระเบียบ
2. ประสานการปฏิบัติร่วมกับคณะอนุกรรมการตรวจสอบความเสียหายระดับหมู่บ้าน เพื่อปฏิบัติการตรวจสอบและรับรองความเสียหาย บันทึกข้อมูลตามแบบฟอร์ม การปิดประกาศคัดค้าน ตามลำดับความสำคัญเร่งด่วน สถานการณ์ที่คลี่คลาย และตามกรอบเวลาที่กำหนด

3. สื่อสารความก้าวหน้าของกระบวนการช่วยเหลือฯ ให้เกษตรกรที่ได้รับสิทธิได้ทราบสถานะและสถานการณ์ที่คลี่คลาย เพื่อความเข้าใจการทำงานของภาครัฐ และขับเคลื่อนชุมชนไปในทิศทางที่เกิดประโยชน์
4. สนับสนุนการปฏิบัติร่วมกับศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัด โดยผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสกรณ์ เพื่อการบูรณาการทรัพยากร การช่วยเหลือและฟื้นฟูในภาพรวมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
5. ให้ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์ภัยพิบัติด้านพืช กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหน่วยงานระดับกรม ประสานการปฏิบัติร่วมในทุกระดับ พร้อมทั้ง ติดตาม ประเมินประสิทธิภาพ การปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือและฟื้นฟู ของกรมส่งเสริมการเกษตร ตลอดจนรายงานความก้าวหน้า ปัญหา อุปสรรค เพื่อการปรับแผนให้เหมาะสมและทันการณ์


ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนพื้นที่ ที่มวลน้ำจากพื้นที่ประสบเหตุจะไหลลง และส่งผลกระทบอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรได้ รวมทั้งพื้นที่เสี่ยงภัย 44 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นอ่างเก็บน้ำ ช่วงระหว่างวันที่ 3-9 กันยายน 2567 เนื่องจากร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ทุกหน่วยงานตามประกาศประเมินสถานการณ์และแจ้งเตือนเกษตรกรโดยเร็ว กอดๆพี่ๆเกษตรกรทุกคนนะคะ ขอให้ก้าวผ่านความลำบากนี้ไปให้ได้เร็วๆค่ะ
