“ไทย” ปิดด่าน-ตัดเน็ต-ดับไฟ คดีไซเบอร์-ค้ามนุษย์วูบ 40.7%

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

5 กันยายน 2568

“ไทย” ปิดด่าน-ตัดเน็ต-ดับไฟ คดีไซเบอร์-ค้ามนุษย์วูบ 40.7%

วันนี้ (6 ก.ย.68) สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานความเคลื่อนไหวทางสังคมรายไตรมาส 2/2568 เผยว่า จากความต่อเนื่องของมาตรการสกัดกั้นสแกมเมอร์และการค้ามนุษย์ข้ามชาติจากข้อมูลของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ปี 2568

ระบุว่า ประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศเป็นศูนย์กลางของแก๊งอาชญากรรมไซเบอร์และการหลอกลวงออนไลน์ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวง เล่นพนันออนไลน์ การหลอกลวงความรัก ไปจนถึงการค้ามนุษย์ ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาลแก่ผู้ตกเป็นเหยื่อทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไทยมีความเข้มงวดในการดำเนินมาตรการสกัดกั้นสแกมเมอร์และค้ามนุษย์ข้ามชาติมากขึ้น อาทิ มาตรการ 3 ตัด (ตัดไฟฟ้า น้ำมัน และอินเทอร์เน็ต) ตามแนวชายแดนไทย – และเมียนมา มาตรการจำกัดการผ่านแดนไทย – กัมพูชา ร่วมกับการลาดตระเวนร่วมของทหารและตำรวจชายแดน การบูรณาการข่าวกรองจากหลายหน่วยงาน รวมทั้งการควบคุมและคัดกรองพื้นที่เสี่ยงบริเวณชายแดน

ส่งผลให้จำนวนคดีสแกมเมอร์/ค้ามนุษย์ลดลง โดยในวันที่ 8 มิ.ย.68 อยู่ที่ 898 คดี หรือลดลงถึง 40.7% จากวันที่ 7 มิ.ย.68 ที่อยู่ที่ 1,515 คดี (กองบัญชาการกองทัพบก, 2568) สอดคล้องกับสถิติการแจ้งความอาชญากรรมออนไลน์เดือนมิ.ย.68 ที่ลดลงเกือบ 5% จากเดือนที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 34,225 คดี

นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินมาตการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างรัดกุม โดยเฉพาะมาตรการของ กสทช.ที่ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.68 เกี่ยวกับการกำหนดให้ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

และมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำหนดให้สถาบันการเงินต้องจำกัดวงเงินการโอนและการชำระเงินไม่เกิน 5 หมื่นบาทต่อวัน โดยกลุ่มลูกค้าใหม่จะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนส.ค.68 ขณะที่กลุ่มลูกค้าปัจจุบันจะเริ่มบังคับใช้ภายในปี 2568

ซึ่งจำเป็นต้องมีการดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการฟื้นตัวของเครือข่ายอาชญากรรม ควบคู่ไปกับการยกระดับความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศในระยะถัดไป เพื่อป้องกันและรับมือกับอาชญากรรมในอนาคตที่อาจมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น