เอกชน ชี้ปะทะชายแดน ไม่กระทบ “ภาษีทรัมป์” ย้ำ “ไทย” ไม่ได้ละเมิดสัญญา

“เอกชน” ชี้ปะทะชายแดน ไม่กระทบ “ภาษีทรัมป์” ย้ำ “ไทย” ไม่ได้ละเมิดสัญญา ยันมีหลักฐานพิสูจน์ได้ แนะเจรจารอบใหม่ “ยุติสู้รบ” ควรมีบทลงโทษ ”กัมพูชา“ รักษาประชาธิปไตยและศักดิ์ศรีความเป็นชาติ “ไทย”

วันนี้ (8 ธ.ค.68) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ประเมินผลกระทบความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา โดยสถานการณ์ความขัดแย้งครั้งล่าสุด (7 ธ.ค.68) ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าจะมีการสู้รบบานปลายหรือไม่

นายธนวรรธน์กล่าวว่า ความเสียหายที่เป็นความเสียหายเดิมในแง่ของเศรษฐกิจจะเป็นตัวเลขในความเสียหายที่ไม่ได้แตกต่างจากเดิม เพราะจากเดิมที่ไทยและกัมพูชาไม่ได้มีเหตุสู้รบกัน มีมูลค่าการค้าขายในบริเวณตามแนวชายแดน อย่างน้อยเดือนละ 10,000 ล้านบาท

หากการสู้รบยืดเยื้อบานปลายจะมีการปิดด่านการค้าชายแดนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องดูว่าเป็นเหตุลุกลามและกินพื้นที่มากแค่ไหน การทำมาหากิน การใช้จ่ายจะฝืดเคืองหรือไม่ อาจเป็นตัวเลขที่ต้องประเมินอีกที

อย่างไรก็ตาม หากดูการสู้รบและประเมินผลจากรอบที่ผ่านมา มองว่าสถานการณ์จะไม่ยืดเยื้อเกิน 1 เดือน ถ้าเป็นการประทะกันหนักจะอยู่ที่ 1 สัปดาห์ จึงยังไม่มีมีการประเมินความเสียหายที่มากไปกว่าเดิม

“การสู้รบสู้รบกระทบหนักคือชาวบ้านในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เพราะยังมีการเคลื่อนย้ายและการอพยพคนออกจากพื้นที่เสี่ยง ส่วนในภาคอื่นๆอาจจะยังไม่ได้รับผลกระทบเพราะสถานการณ์ยังประเมินเบื้องต้นไม่ได้”

ทั้งนี้ หอการค้าไทยเคยประเมินว่า หากการสู้รบไทย-กัมพูชาทำให้ต้องปิดด่านชายแดน 5 แห่ง จะเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ ประมาณ 1.1-1.7 หมื่นล้านบาทต่อเดือน และหากยืดเยื้อถึงสิ้นปี 2568 อาจเสียหายรวมกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เข้ามาเป็นตัวกลางในการยุตติข้อพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชาเมื่อมีการเซ็นสัญญาร่วมกัน โดยทรัมป์ ได้ยกประเด็นทางการค้าเรื่องภาษีขึ้นมาในการกดดันให้เกิดความสันตินั้น

นายธนวรรธน์กล่าวว่า ทุกฝ่ายคงไม่อยากเห็นเรื่องการสู้รบเกิดขึ้น อีกทั้งสถานการณ์การเจรจาหยุดยิงได้เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว แม้มีการเซ็นสัญญาร่วมกัน แต่หลายครั้งผู้ที่ละเมิดสัญญาก่อนคือกัมพูชา แล้วไทยได้วิ่งเข้าไปสู่เวทีนานาชาติเพื่อชี้แจงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าไทยไม่ได้เป็นผู้ละเมิดสัญญาดังกล่าว

โดยสถานการณ์ความขัดแย้งสามารถตรวจสอบพิสูจน์ได้จากภาพถ่ายดาวเทียมว่าประเทศใดเป็นผู้เริ่มก่อน ซึ่งกัมพูชาโจมตีไทยอยู่ในพื้นที่อธิปไตยของไทย เช่น การวางระเบิด และเหตุการณ์ปะทะครั้งล่าสุด ทำให้ไทยมีหลักฐานปรากฏชัดว่าใครเป็นผู้ละเมิดข้อตกลง

“ท้ายที่สุดกัมพูชาได้ละเมิดข้อตกลงต่อเนื่อง ทำให้การเจรจาครั้งใหม่คงต้องให้ได้ข้อยุติที่ชัดเจนมากกว่าเดิมและการละเมิดควรจะต้องมีบทลงโทษ ซึ่งไทยต้องยึดหลักประชาธิปไตยและศักดิ์ศรีความเป็นชาติ”

นายธนวรรธน์กล่าวว่า เบื้องต้นหลังจากที่ไทยตอบโต้กัมพูชาจะมีผลกระทบต่อการเจรจาเรื่องภาษีของสหรัฐหรือไม่นั้น หากดูข้อเท็จจริง ซึ่งไทยไม่ได้เป็นผู้ละเมิดข้อตกลง หากไทยเป็นผู้ละเมิดสหรัฐอาจใช้ประเด็นนี้ในการกดดันในเรื่องของการค้าได้ แต่การกดดันทางนานาชาติอยู่บนพื้นฐานของมารยาท กติกา และข้อตกลงระหว่างประเทศ มองว่าไทยยังมีแต้มต่อในการเจรจา

ทั้งนี้ ผลกระทบจากการประทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา รวมถึงที่ผ่านมา ไทยมีประเด็นเรื่องน้ำท่วมภาคใต้ ทำให้บรรยากาศปลายปี 2568 ยังไม่สดใสมากนัก ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจ ที่ทำให้เห็นบรรยากาศสิ้นปีมีความเชื่อมั่นและความคึกคักที่ไม่โดดเด่นเท่าที่ควรจะเป็น

“วันพรุ่งนี้ (9 ธ.ค.68) มีการเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 มีส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย จะมีผู้เข้ามาดูรวมถึงตัวนักกีฬาเองอาจไปจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น รวมถึงคนไทยจะมีช่วงวันหยุดให้ออกไปใช้จ่ายเช่นกัน ซึ่งการสู้รบยังจำกัดบริเวณและยังเป็นการต่อสู้ถึงขั้นหนักเท่ากับการทิ้งระเบิด ทำให้บรรยากาศการแข่งขันกีฬายังเดินหน้าได้ต่อเนื่อง”