เศรษฐกิจแผ่ว! คนไม่กล้าใช้จ่าย “เอกชน” เบรกลงทุน จีดีพี Q3 ดิ่ง -0.3%

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

4 พฤศจิกายน 2568

เศรษฐกิจแผ่ว! คนไม่กล้าใช้จ่าย “เอกชน” เบรกลงทุน จีดีพี Q3 ดิ่ง -0.3%

วันนี้ (4 พ.ย.68) วิจัยกรุงศรี เผยว่าเศรษฐกิจไทยเดือนกันยายนปรับดีขึ้นจากภาคส่งออกและท่องเที่ยว แต่ภาพรวมไตรมาส 3 ชะลอลงจากไตรมาสก่อน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานเศรษฐกิจเดือนกันยายน มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน (+0.9%) ตามการขยายตัวของการส่งออกในหมวดอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ 

ขณะเดียวกันจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ +5.8% และรายรับที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน +12.6% อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายในประเทศซบเซาลง โดยการบริโภคภาคเอกชนหดตัว -0.8% ตามการลดลงในหมวดบริการ ด้านการลงทุนภาคเอกชนหดตัว -4.5% จากการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์เป็นหลัก

วิจัยกรุงศรีคาดการณ์ การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยในไตรมาส 3 ของปีนี้ อาจหดตัว -0.3% หรือขยายตัวเพียง 1.4% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยในไตรมาส 3 เศรษฐกิจไทยชะลอลงจากไตรมาสก่อน จากแรงกดดันของอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแรง โดยการบริโภคภาคเอกชนหดตัวตามรายได้และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ชะลอลง 

ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนลดลงต่อเนื่องสะท้อนความระมัดระวังของภาคธุรกิจท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่วนภาคท่องเที่ยวยังคงฟื้นตัวอย่างช้าๆ จากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ต่ำกว่าระดับก่อนโควิด อย่างไรก็ตาม ภาคการส่งออกยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แม้เผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ บางส่วนก็ตาม 

ทั้งนี้ สำหรับในไตรมาสสุดท้ายของปี มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลล่าสุดในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” และ “เที่ยวดีมีคืน” คาดว่าจะช่วยหนุนการใช้จ่ายและภาคบริการให้ฟื้นตัว ทำให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มกลับมาขยายตัว ซึ่งจะสามารถหลีกเสี่ยงการเข้าสู่ภาวะถดถอยเชิงเทคนิคได้ โดยทั้งปี 2568 วิจัยกรุงศรียังประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ 2.1%

แม้มูลค่าส่งออกเดือนกันยายนเติบโตสูงสุดในรอบ 42 เดือน แต่กระจุกตัวในหลายอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าส่งออกในเดือนกันยายนอยู่ที่ 31.0 พันล้านดอลลาร์ ขยายตัว  19.0% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน หากหักสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน และทองคำ การส่งออกเติบโต 15.7% 

โดยการส่งออกสินค้าสำคัญที่ขยายตัวดี อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และแผงวงจรไฟฟ้า 

ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรยังคงหดตัวต่อเนื่อง อาทิ ข้าว ยางพารา และมันสำปะหลัง ด้านตลาดส่งออกพบว่าตลาดสำคัญส่วนใหญ่ขยายตัว ได้แก่ สหรัฐฯ จีน สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และอาเซียน สำหรับในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 254.1 พันล้านดอลลาร์ ขยายตัว 13.9%

แม้การส่งออกในเดือนกันยายนยังคงเติบโตสูงแต่โครงสร้างการเติบโตยังคงกระจุกตัวอยู่ในบางอุตสาหกรรม  เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้แรงหนุนจากการเร่งส่งออกก่อนที่สหรัฐฯจะมีการปรับขึ้นภาษีนำเข้าในกลุ่มเซมิคอนดัคเตอร์ ประกอบกับแรงขับเคลื่อนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลทั่วโลก 

ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังคงหดตัวต่อเนื่องจากราคาตลาดโลกที่ปรับลดลงและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นในภูมิภาค รวมทั้งผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ 

ทั้งนี้ ในช่วงที่เหลือของปีนี้แม้การส่งออกอาจมีแนวโน้มชะลอลงบ้างหลังจากเร่งส่งออกไปแล้วนั้น แต่จากมูลค่าการส่งออกในช่วง 9 เดือนแรกที่ขยายตัวสูงเกินคาด จึงมีแนวโน้มที่การส่งออกทั้งปีจะเติบโตได้ดีกว่าที่เคยคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 3.5% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ใช่การเติบโตแบบทั่วถึง (broad-based) ทำให้ผลบวกต่อเศรษฐกิจโดยรวมยังค่อนข้างจำกัด และอาจไม่เพียงพอที่จะชดเชยอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ