“แอตต้า” กางข้อเสนอรัฐ แนะปรับนโยบาย หลังจีน–เกาหลีเมินไทย
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
28 ตุลาคม 2568

วันนี้ (28 ตุลาคม 2568) นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ความปลอดภัยในการเดินทางถือเป็นจุดเปลี่ยนของตลาดท่องเที่ยว ทำให้การท่องเที่ยวไทยต้องเผชิญแรงสั่นสะเทือนรอบใหม่อีกครั้ง ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจีนและเกาหลีใต้ เริ่มเปลี่ยนเส้นทางไปยังประเทศที่มีระบบความปลอดภัยและการบริหารจัดการข้อมูลดีกว่า ความเชื่อมั่นที่เคยเป็นจุดแข็งกลับถูกตั้งคำถาม เหตุการณ์อาชญากรรม การขาดระบบข้อมูลกลาง และการสื่อสารที่ไม่ทันต่อวิกฤต รวมถึงความคุ้มค่าจากการเดินทางที่ลดลงจากค่าเงินบาทที่แข็งตัว ประเทศเพื่อนบ้านมีทรัพยากรที่ใกล้เคียงกัน ล้วนเป็นสาเหตุทำให้ประเทศไทยต้องทบทวนโครงสร้างการบริหารการท่องเที่ยวทั้งหมด

“โลกการท่องเที่ยวหลังปี 2568 จะขับเคลื่อนด้วยความปลอดภัยเป็นพื้นฐาน คุณภาพเป็นภูมิคุ้มกัน และประโยชน์ร่วมกันเป็นเป้าหมาย การลงมือทำด้วยความมุ่งมั่น การนำใจจิตบริการให้การสัมผัสที่ดี การผสมผสานเทคโนโลยีและการทำงานแบบออฟไลน์เติมเต็มระหว่างกัน นำไปสู่การยึดความสมดุลของเศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล้อมอย่างมีคุณภาพ หากทำแบบนี้ได้ ประเทศนั้นจะเป็นผู้นำตลาด ประเทศไทยจึงต้องเปลี่ยนจาก Land of Smile สู่ Land of Smart and Smile และเครื่องมือที่จะพาเราไปถึงจุดนั้นได้อย่างแท้จริง คือ ระบบความคิดที่เริ่มจากคน แต่สร้างผลลัพธ์ถึงระดับประเทศ” นายอดิษฐ์ กล่าว
นายอดิษฐ์ กล่าวว่า วิธีการเดินหน้าสู่ประเทศแห่งรอยยิ้มและมีความปลอดภัย ต้องอาศัยการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวด้วยข้อมูล (Data-Driven Tourism) ในยุคที่ข้อมูลคือทรัพยากรแห่งศตวรรษที่ 21 “Head” ในแนวคิด 5H จึงไม่ใช่แค่การคิดเชิงเหตุผล แต่คือ การวางระบบ Data Governance เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากภาครัฐ เอกชน และภาควิชาการเข้าด้วยกัน โดยระบบ Data-Driven Tourism Management จะช่วยให้ประเทศสามารถประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ (Real-Time Risk Dashboard) วิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเพื่อปรับการตลาดเชิงรุก (Predictive CRM) และวางแผนเชิงพื้นที่ด้วยข้อมูลการกระจายตัวของนักเดินทาง (Carrying Capacity Index)

ส่วนข้อมูลจากด่านตรวจคนเข้าเมือง โรงแรม ผู้ประกอบการ และชุมชนถูกเชื่อมเข้ากลางผ่าน Tourism Data Cloud รัฐบาลสามารถคาดการณ์และจัดการปัญหาได้ก่อนเกิดจริง เท่ากับเราจะมีสมองใหม่ของระบบท่องเที่ยวไทย การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) เพื่อสร้างระบบความเชื่อมั่นแบบบูรณาการ ต้องเป็นกลไกสำคัญที่ฝังอยู่ในทุกขั้นตอนของการพัฒนา ตั้งแต่การรับนักท่องเที่ยวจนถึงการส่งออกแบรนด์ Safe Thailand ซึ่งระบบนี้ต้องทำงานเชื่อมโยงกับ CRM (Customer Relationship Management) เพื่อให้เข้าใจนักท่องเที่ยวรายตลาดแบบเฉพาะเจาะจง อาทิ ตลาดจีนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคความเชื่อมั่น ส่วนเกาหลีเน้นความมีคุณภาพและความโปร่งใส
อย่างไรก็ดี รัฐบาลสามารถนำข้อเสนอแนะผ่านกระบวนการเหล่านี้ กำหนดนโยบายในการเดินหน้าประเทศไทยได้ โดยข้อมูลที่ถูกวิเคราะห์อย่างถูกต้องจะเปลี่ยนจากรายงานเป็นนโยบาย รัฐบาลสามารถใช้ 5H เป็นโครงสร้างเชิงนโยบาย ได้แก่ Head เพื่อวางแผนด้วยข้อมูล, Hand เพื่อสร้างระบบมาตรฐานการปฏิบัติ, Heart เพื่อขับเคลื่อนด้วยจิตสำนึกสาธารณะ, Hybrid เพื่อใช้เทคโนโลยีเป็นตัวเร่ง
และ Harmony เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน อาทิ การสร้างศูนย์ข้อมูลและบริหารความเสี่ยงร่วมกับหน่วยงานจากประเทศเหล่านี้ ทั้งการจับมือกับ China Tourism Academy หรือ Korea Tourism Organization จะช่วยให้ไทยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพบริการสู่มาตรฐานเอเชียได้