วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.41 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นในการซื้อขายวันจันทร์ ท่ามกลางความกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง หลัง Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกมาเตือนอิหร่านให้เร่งดำเนินการ ท่ามกลางภาวะชะงักงันของการเจรจาสันติภาพ ขณะที่หลายฝ่ายเตือนว่าสต็อกน้ำมันโลกกำลังลดต่ำลงอย่างหนัก
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 1.98% อยู่ที่ 111.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ส่งมอบเดือนมิถุนายน พุ่งขึ้น 2.43% แตะ 107.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือเป็นระดับสูงสุดของเดือนนี้
รายงานระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เตือนอิหร่านว่า “เวลาของอิหร่านกำลังหมดลง และพวกเขาควรรีบดำเนินการโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นอาจไม่เหลืออะไรอีก” พร้อมย้ำว่า “เวลาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง”
ตลาดมองว่า ถ้อยแถลงดังกล่าวสะท้อนถึงภาวะติดทางตันของการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน เกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพ รวมถึงประเด็นการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงของความขัดแย้งทางทหารรอบใหม่
แม้ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ยังคงตึงเครียด โดยอิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐยังเดินหน้าปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ก่อนเกิดสงคราม ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติคิดเป็นราว 20% ของโลก ทำให้ทุกความเคลื่อนไหวในพื้นที่ดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพด้านพลังงานโลก
ด้าน International Energy Agency หรือ IEA เปิดเผยในรายงานล่าสุดว่า ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกกำลังลดลงอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ จากผลกระทบของการปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเตือนว่า ภาวะอุปทานตึงตัวที่ยืดเยื้อ อาจผลักดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นต่อในระยะถัดไป
ขณะที่ UBS ธนาคารยักษ์ใหญ่จากสวิตเซอร์แลนด์ ประเมินว่า หากความต้องการใช้น้ำมันยังทรงตัวในระดับเดิม ปริมาณน้ำมันคงคลังทั่วโลกอาจลดลงใกล้ระดับต่ำสุดตลอดกาลที่ 7.6 พันล้านบาร์เรล ภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้
อ้างอิงข้อมูลจาก cnbc.com
