พาณิชย์ฯ ไล่ทุบทุนเทา พบ 1.1 แสนบริษัทส่อเถื่อน ต่างด้าวจ้างคนไทยถือหุ้น
ต้นกุมภาฯ อีจัน
20 เมษายน 2569

วันนี้ (21 เม.ย.69) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ประกาศเดินหน้ายกระดับความเข้มข้นในการตรวจสอบการจดทะเบียนธุรกิจ เปิดตัวปฏิบัติการ “ตัดตอนนอมินี” (Nominee) มุ่งเป้ากวาดล้างการใช้ตัวแทนอำพรางถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย โดยมาตรการใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป หลังพบสถิติกลุ่มเสี่ยงทั่วประเทศพุ่งทะลุหลักแสนราย
เปิดมาตรการใหม่ ตรวจลึกถึงที่มาเงินทุน
จากข้อมูลล่าสุดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าสถานการณ์ปัญหานอมินีในประเทศไทยยังคงมีความน่ากังวล โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทที่มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นต่างชาติในสัดส่วน 0.01 – 49.99% ซึ่งปัจจุบันตรวจพบรายชื่อกลุ่มเสี่ยงสูงถึง 118,016 ราย สถิตินี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อเข้าครอบงำธุรกิจที่สงวนไว้สำหรับคนไทย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจและการแข่งขันที่เสรี
ภายใต้มาตรการใหม่ที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2569 นี้ กรมฯ ได้กำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการจดทะเบียนนิติบุคคล โดยกำหนดให้ผู้ขอจดทะเบียนต้องทำการยืนยันตัวตนและแสดงหลักฐานว่า “ผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนร่วมลงทุนทุกคนมีตัวตนจริงและมีการชำระค่าหุ้นจริง” โดยกระบวนการนี้จะครอบคลุมถึงการตรวจสอบว่าไม่มีพฤติการณ์ในการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนการทำธุรกิจในลักษณะนอมินี หากพบรายชื่อที่มีความผิดปกติหรือเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง กรมฯ จะดำเนินการส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบเชิงลึกและดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป
ผลลัพธ์จากมาตรการนำร่อง ลดกลุ่มเสี่ยงได้กว่า 60%
ก่อนหน้านี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เริ่มใช้มาตรการนำร่องตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 โดยบังคับให้ธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต้องส่งเอกสารรายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement) ของผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย เพื่อใช้ประกอบการยืนยันการลงทุนจริง ผลปรากฏว่ามาตรการดังกล่าวสามารถสกัดกั้นและลดจำนวนการจดทะเบียนที่เข้าข่ายนอมินีลงได้ถึง 60% ทำให้กรมฯ ตัดสินใจขยายผลมาสู่มาตรการที่เข้มข้นขึ้นในปัจจุบัน
คาดโทษรุนแรง ทั้งจำทั้งปรับสูงสุดหนึ่งล้านบาท
นอกจากกระบวนการตรวจสอบที่รัดกุมแล้ว กรมฯ ยังได้เน้นย้ำถึงบทลงโทษทางกฎหมายสำหรับผู้ที่กระทำความผิด โดยระบุว่าหากตรวจพบการให้ข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงาน หรือการรับเป็นนอมินีแทนคนต่างด้าว จะมีโทษทางอาญาดังนี้:
- โทษจำคุก: ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 3 ปี
- โทษปรับ: ตั้งแต่ 10,000 บาท ไปจนถึงสูงสุด 1,000,000 บาท
- ในกรณีที่เป็นความผิดร้ายแรง อาจพิจารณาลงโทษทั้งจำและปรับ
เป้าหมายสำคัญของปฏิบัติการในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การจับกุมผู้กระทำผิด แต่คือการวางรากฐานโครงสร้างธุรกิจของไทยให้มีความ “โปร่งใส” และเป็นสากลมากขึ้น โดยกรมฯ เชื่อมั่นว่ามาตรการนี้จะช่วยป้องกันการผูกขาดหรือการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากกลุ่มทุนสีเทา พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อันจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
สำหรับผู้ประกอบการหรือประชาชนที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับมาตรการการจดทะเบียนธุรกิจ หรือต้องการแจ้งเบาะแสธุรกิจนอมินี สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทร. 1570 หรือติดตามข่าวสารผ่านช่องทางออนไลน์ของกรมฯ ได้ทุกช่องทาง
