“เอกนัฏ” สั่งเบรกกำไรโรงกลั่น! หั่นดีเซล 2 บาท/ลิตร ลดราคาหน้าปั๊มทันที

ธรรมธรรม อีจัน

ธรรมธรรม อีจัน

7 เมษายน 2569

“เอกนัฏ” สั่งเบรกกำไรโรงกลั่น! หั่นดีเซล 2 บาท/ลิตร ลดราคาหน้าปั๊มทันที

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เปิดเผยว่าที่ประชุมมีมติให้อาศัยอำนาจ ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516
ออกประกาศกำหนดราคาน้ำมันดีเซล B7 และ B20 ให้โรงกลั่นทั้ง 6 แห่งในประเทศ ลดลง 2 บาท/ลิตร เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพด้านพลังงานให้ประชาชน เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนราคาขายปลีกหน้าปั๊ม

โดยมอบหมายสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เร่งร่างประกาศและลงราชกิจจานุเบกษาภายในวันที่ 8 เม.ย.2569 ให้มีผลบังคับใช้ทันที ซึ่งหลังจากนั้นจะประชุมหารือกับคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อนำไปสู่การลดราคาขายปลีกดีเซล B7 และ B20 หน้าปั๊มลง อย่างน้อย 2 บาท/ลิตร

โดยจาหผลการศึกษาสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)พบว่า ในช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ค่าการกลั่น (GRM) พุ่งสูงขึ้นเกินไปอย่างมาก โดยเฉลี่ยพุ่งไปถึง 6 บาทต่อลิตร เมื่อรวมกับค่าพรีเมียมและค่าประกันภัยที่เพิ่มขึ้นอีก ทำให้ราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นไม่สอดคล้องกับต้นทุนดิบที่แท้จริง

ทั้งนี้ จากการคำนวณเบื้องต้น หากปรับลดค่าการกลั่นหน้าโรงกลั่นได้ 2 บาท/ลิตร ราคาขายปลีกน้ำมันหน้าปั๊มจะลดลงได้ 2.14 บาท/ลิตร แต่สุดท้ายราคาหน้าปั๊มจะลดลงได้เท่าไหร่ อย่างไร จะหารือกับกองทุนให้รอบด้านอีกครั้ง ซึ่งหากจำเป็นก็อาจจะลดค่าการกลั่นลงได้อีก 3, 4 และ 5 บาท หากสถานการณ์ยังวิกฤตและส่งผลกระทบรุนแรง หรือหากในอนาคตทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ ก็จะสามารถกลับมาคิดค่าการกลั่นตามเดิมได้

”ผมมั่นใจว่า กบง. มีอำนาจที่จะสั่งให้โรงกลั่นดำเนินการตามที่กำหนด เพราะถ้าโรงกลั่นไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดตาม พ.ร.ก.“ และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าราคาขายปลีกในประเทศลดลงต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน จะทำให้เกิดการลักลอบส่งออกน้ำมันหรือไม่ ขอย้ำว่า

ขณะนี้มี ”ทีมสุดซอย“ พร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบและจับผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายแน่นอน
นอกจากนี้ จะประสานขอข้อมูลปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของโรงกลั่นระหว่างวันที่ 1-7 เม.ย.นี้ ทั้งหมดนำมาคำนวณดูว่าจะสามารถลดค่าการกลั่นลงได้อีกเท่าไหร่ คาดว่าจะพิจารณาลดลงได้อีกครั้งในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนเม.ย.นี้

นายเอกนัฏ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการขอเงินบริจาคจากโรงกลั่น เช่นเดียวกับเมื่อปี 2565 ต้องขอทำความเข้าใจว่า ไทยไม่ใช่รัฐอนาถา ที่จะมารอรับเงินบริจาคโรงกลั่น ครั้งนี้ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ชอบให้ใช้คำว่าบริจาค

”ผมขอถามว่ามีโรงกลั่น 6 โรง แต่ยอมช่วย 3 โรง แต่อีก 3 โรงไม่ช่วย จะให้ 3 โรงนั้นรับผิดชอบเท่านั้นหรือ ตัวเลข 2 บาท โรงกลั่นไม่ได้ขาดทุน การส่งคืนส่วนเกินจากที่ควรจะได้ ก็เป็นความรับผิดชอบ โดยยืนยันไม่ส่งผลกระทบสภาพคล่องของโรงกลั่น แม้ว่ากำไรอาจจะลดลงบ้าง แต่ก็ยังขาดทุนกำไร ถ้าโรงกลั่นแห่งใดมีปัญหา ให้มาคุยกับปลัดกระทรวงพลังงาน“

นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า ในช่วง 7 วันของเทศกาลสงกรานต์ ขอยืนยันว่าจะบริหารจัดการให้มีน้ำมันเพียงพอต่อการใช้งานของประชาชนอย่างแน่นอน โดยที่ผ่านมาอต้องขออภัยในสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ การสื่อสารบางอย่างอาจทำให้เกิดความกังวล และอาจเปิดช่องให้มีการเก็งกำไร แต่ยืนยันว่าจะดูแลไม่ให้เกิดการเอาเปรียบกันสิ่งสำคัญคือ จะบริหารให้มีน้ำมันใช้อย่างเพียงพอ และดูแลราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เป็นธรรมกับทุกฝ่ายให้มากที่สุด