ลุ้นอีก! ส.ค.นี้ น้ำมันดีเซลส่อแววขึ้น 1 บาท
ต้นกุมภาฯ อีจัน
11 กรกฎาคม 2567

มีเรื่องให้ต้องลุ้นกันอีกแล้วกับราคาน้ำมันดีเซล ที่ทำท่าเหมือนจะมีการปรับขึ้น และเรื่องนี้ถือเป็นอีกปัจจัยกระตุ้นทำให้สินค้าขึ้นราคาตาม ประชาชนจะต้องใช้จ่ายค่าครองชีพแพงขึ้นอีกครั้ง
วันนี้ (11 ก.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความเป็นไปได้ที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เป็นประธาน จะพิจารณาแนวทางการปรับราคาดีเซลแบบทยอยขึ้นอยู่ในกรอบ 1 บาท/ลิตร ทำให้เพดานราคาใหม่จะไม่เกิน 34 บาท/ลิตร ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.67 เป็นต้นไป หลังจะครบกำหนดเพดานราคาดีเซลไม่เกิน 33 บาท/ลิตร วันที่ 31 ก.ค.67 ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยปัจจุบันราคาขายหน้าปั๊มอยู่ที่ 32.94 บาท/ลิตร
ขณะที่จากกระแสข่าวดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย โดยนายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากกระแสข่าวเป็นเรื่องจริง ทางขนส่งจะมีการขึ้นราคาค่าขนส่งเพิ่ม รวมถึงจะเคลื่อนไหวม็อบรถบรรทุกทันที หลังจากที่เลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดเมื่อวันที่ 3 ก.ค.67

เนื่องจากหลังจากเลื่อนม็อบออกไปก็ยังไม่ได้รับการติดต่อให้ไปร่วมพูดคุยหารือกับทางหน่วยงานรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางสหพันธ์การขนส่งฯ ก็ยื่นหนังสือเรียกร้องประเด็นราคาน้ำมันดีเซลแพงไปถึงรัฐบาลรวม 4 ครั้งแล้ว และยืนยันถ้าราคาดีเซลขึ้นจะมีการปรับราคาค่าขนส่งตามไป
ขณะเดียวกัน นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เคยเปิดเผยถึงกรณีหากมีการปรับขึ้นราคาขนส่งถ้าราคาน้ำมันดีเซลขึ้น ว่า กรมได้มีการพูดคุยและหารือกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง และยังคงให้ความร่วมมือในการตรึงราคาสินค้าอยู่ และพร้อมบริหารจัดการต้นทุนให้มากที่สุด สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือ การกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคให้กลับมา
ทั้งนี้ กรมให้ความสำคัญในการติดตามดูแลราคาสินค้า อุปโภค-บริโภคอย่างใกล้ชิด ทั้งสินค้าที่อยู่ในรายการสินค้าควบคุมและสินค้าที่ต้องติดตาม เช่น สินค้า 18 รายการ และขณะนี้สินค้าที่ขอปรับขึ้นราคาก่อนหน้า ยังไม่ได้มีการพิจารณาให้ขึ้นราคา โดยยังขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าอยู่ หรือหากมีผู้ประกอบการจะขอปรับขึ้นจากเหตุปัจจัยค่าขนส่ง ก็ยังต้องพิจารณาเป็นราคาสินค้า
อย่างไรก็ตาม พร้อมจะดูแลติดตามราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด และให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ผู้ประกอบการอยู่ได้ ประชาชน ผู้บริโภคเองก็ต้องไม่ได้รับผลกระทบ เพราะนโยบายกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญในการดูแลทุกฝ่าย อีกทั้งปัจจัยนี้อยู่ในส่วนของต้นทุนพลังงานก็จำเป็นต้องดู กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการปรับราคาดีเซลโดย กบง.ทำไปเพื่อรักษาสภาพคล่องให้กับกองทุนที่สถานะล่าสุด ณ วันที่ 7 ก.ค.2567 ติดลบ 111,595 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 63,944 ล้านบาท และบัญชีก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) หรือก๊าซหุงต้มติดลบ 47,651 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลกยังมีความผันผวนสูง ช่วงเดือนที่ผ่านมาแนวโน้มลดลงบ้างจนกองทุนลดอุดหนุนระดับ 4 บาท/ลิตร จนสามารถเก็บเงินผู้ใช้น้ำมันดีเซลเข้ากองทุนได้สำเร็จ
ขณะนี้แนวโน้มกลับมาขึ้นอีกครั้ง ทำให้กองทุนต้องอุดหนุนกว่า 2 บาท/ลิตร ซึ่งหากไม่ปรับราคาดีเซลขึ้นหลังวันที่ 31 ก.ค.นี้ อาจทำให้สถานการณ์กองทุนยิ่งแย่
นอกจากนี้ ก่อน กบง.จะพิจารณาแนวทางปรับราคาดีเซลขึ้น ที่ผ่านมาได้พยายามส่งหนังสือถึงสำนักงบประมาณ เพื่อขอใช้งบกลางปี 67 วงเงิน 6,500 ล้านบาท แบ่งเป็นสำหรับใช้ดูแลดีเซล 6,000 ล้านบาท และแอลพีจี 500 ล้านบาท เป็นตามที่ครม.อนุมัติไว้ภายใต้เงื่อนไขให้ใช้กลไกกองทุนดูแลไปพลางก่อน
เบื้องต้นได้รับการประสานอย่างไม่เป็นทางการว่างบกลางฯ มีจำกัด อาจไม่สามารถนำมาดูแลราคาดีเซลและแอลพีจีได้ และอีกแนวทาง คือ เสนอให้กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตดีเซลลงในอัตราที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม จากท่าทีของกระทรวงการคลังไม่ตอบรับเรื่องการลดภาษีดังกล่าว เพราะจำเป็นต้องจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด ดังนั้น ทั้ง 2 แนวทางไม่น่าจะดำเนินการได้