วันนี้ (12 ม.ค.69) เวลา 09.00 น. รายงานจาก สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง +550 บาท ทำให้ทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 67,350 บาทต่อบาททองคำ ขายออกบาทละ 67,450 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ราคาทองคำรูปพรรณ รับซื้อบาท 66,006.64 บาทต่อบาททองคำ และขายออกบาทละ 68,250 บาทต่อบาททองคำ
บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) สรุปภาพรวมตลาดทองคำ โดยราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 33.0 เหรียญ หรือ 0.74% ที่ระดับ 4,509.0 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 2.57 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,064.56 ตันภาพรวมเดือนมกราคม ขายสุทธิ -7.43 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ขายสุทธิ -7.43 ตัน
ราคาทองคำและโลหะเงิน ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทองคำทำสถิติปรับขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 5 จาก 7 สัปดาห์หลังสุด ขณะที่โลหะเงินปรับขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกัน สะท้อนถึงกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนด้านทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใกล้ระดับ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในช่วงต้นการซื้อขายตลาดเอเชีย จากแรงหนุนของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรง และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น
โดยสถานการณ์ในอิหร่าน เวเนซุเอลา และการเคลื่อนไหวทางทหารในกรีนแลนด์ ล้วนสร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาดโลก รวมไปถึงตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนธันวาคมที่ออกมาชะลอกว่าคาด เพิ่มความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป
ผลสำรวจของ Kitco News ระบุว่า นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำในระยะสั้น โดยผู้เชี่ยวชาญ 88% คาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ และมีโอกาสทดสอบระดับสูงสุดตลอดกาล ขณะที่มีเพียงส่วนน้อยที่มองว่าราคาทองคำจะปรับตัวลดลงหรือทรงตัว
นักวิเคราะห์อาวุโสของ Kitco ชี้ว่า แรงซื้อยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่ราคาย่อตัว สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยในเชิงเทคนิค เป้าหมายถัดไปของฝั่งขาขึ้นคือการปิดเหนือระดับสูงสุดเดิม ขณะที่แนวรับสำคัญยังคงอยู่บริเวณ 4,400 ดอลลาร์
ขณะเดียวกัน อัตราส่วนราคาทองคำต่อเงิน (Gold/Silver Ratio) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 56.43 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2013 สะท้อนให้เห็นว่าโลหะเงินกำลังลดช่องว่างด้านผลตอบแทนกับทองคำลงอย่างต่อเนื่อง หากแนวโน้มดังกล่าวยังดำเนินต่อไป แนวรับสำคัญถัดไปของอัตราส่วนนี้อยู่ที่ระดับ 50 และ 46 ตามลำดับ โดยในอดีตช่วงตลาดกระทิงของโลหะมีค่าในปี 2011 อัตราส่วนดังกล่าวเคยปรับลงไปต่ำสุดถึงระดับ 31 แม้ระดับดังกล่าวยังถือว่าอยู่ห่างไกลจากสถานการณ์ปัจจุบันก็ตาม
