“เอกนิติ” ชี้ไทยเร่งคว้าโอกาส แก้เกมภาษีสหรัฐฯ รอบใหม่ เดินเกมรุก ดีล FTA-ดึงลงทุนเพิ่ม
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
23 กุมภาพันธ์ 2569

วันนี้ (23 ก.พ. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (22 ก.พ. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยได้เป็นประธานประชุม โดยมีรัฐมนตรีเศรษฐกิจเข้าร่วม อาทิ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และตนในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เพื่อหารือถึงมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐอเมริกา (reciprocal tariff) หลัง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีศุลกากรอัตราใหม่ 15% หลังศาลฎีกา ตัดสินให้มาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์ก่อนหน้านี้เป็นโมฆะ
“ จากคำพิพากษาของศาลทฤษฎีกาของสหรัฐให้ภาษีศุลกากรตอบโต้ เป็นโมฆะ ไม่ได้หมายความว่าการกีดกันทางการค้าของสหรัฐจะหยุดลง แต่เป็นแค่การเปลี่ยนเครื่องมือ จากเครื่องมือที่เป็นลักษณะทั่วไป ที่ปรับใช้กับทุกประเทศ มาเป็นเครื่องมือเฉพาะ อาจจะเป็นเฉพาะสินค้า กับเฉพาะรายประเทศ”
ขณะที่มาตรการภาษีตอบโต้ใหม่ 15% เท่ากันทุกประเทศนั้น ทำให้ส่งผลดีต่อประเทศไทย เพราะจากเดิมที่ไทยถูกประกาศเก็บภาษีตอบโต้ในอัตรา 19% จึงทำให้ไทยถูกเก็บในอัตราที่ลดลง ผลดีต่อไทย 2 เรื่อง โดยในระยะสั้นคือดึงเม็ดเงินลงทุนเพื่อช่วยให้การลงทุนมีความต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดีจากการประชุมหารือกับนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ คาดว่าไทยต้องเจรจาอย่างต่อเนื่อง เพราะมาตรการภาษีใหม่เป็นแค่เรื่องชั่วคราว ซึ่งในเรื่องการค้า การลงทุน ไทยจะต้องพยายามคว้าโอกาส เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้ประโยชน์สูงสุด
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนวนเรื่องกลยุทธ์ในระยะยาวนั้น ไทยจะพยายามคว้าโอกาสในเรื่องการส่งออก โดยเร่งเจราจาเปิดการค้าเสรี (FTA) หลังมีรัฐบาลใหม่ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นฐานทั้งในเรื่องการค้าและการลงทุน สิ่งที่เห็นอย่างชัดเจนเลยในขณะนี้ คือ การลงทุนวันนี้เริ่มย้ายฐานการผลิตมาที่เมืองไทย และหลายๆ ประเทศในอาเซียนมากขึ้น
“วันนี้เราจะเห็นเม็ดเงินลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ของปี 2568 ที่มีนักลงทุนต่างชาติสมัครรับการส่งเสริมการลงทุน สูงถึง 68% ถือเป็นการสะท้อนถึงการลงทุนที่เริ่มย้ายฐานการผลิตมาเมืองไทย สิ่งที่ผมได้มอบนโยบายกับท่านเลขาฯ BOI คือ ไทยจะต้องรีบปลดล็อกการลงทุน กฎกติกาต่างๆ ที่เป็นข้อจำกัดการลงทุน ตรงนี้เนี่ย และสร้างฐานการผลิต ทำให้เม็ดเงินลงทุนเนี่ย มันเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจริง”