นายกฯ ลุยตลาดกิมหยง สั่งเคลียร์ขยะให้จบใน 7 วัน ชี้จ่ายเยียวยาครบสัปดาห์หน้า
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
6 ธันวาคม 2568

วันนี้ (6 ธ.ค. 68) เวลา 11.00 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานฟื้นฟูหลังน้ำท่วมบริเวณตลาดกิมหยง เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร (อส.) กว่า 300 นายจากกำลังกว่า 4,000 นายทั่วประเทศ ระดมลงพื้นที่เพื่อเร่งทำความสะอาดและฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ พร้อมกล่าวทักทาย ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ร่วมกันให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมขอบคุณกำลังทหารที่สนับสนุนภารกิจฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ครั้งนี้ ซึ่งต้องอาศัยแรงคนจำนวนมาก

ภายหลังการตรวจพื้นที่ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า จากที่ได้รับรายงานประชาชนส่วนใหญ่กลับเข้าที่พักกันได้หมดแล้ว โดยศูนย์พักพิงภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัจจุบันมีผู้พักเหลือเพียงราว 30 รายจากจำนวนผู้ที่ได้ผลกระทบ 10,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยหรือกลุ่มเปราะบาง ส่วนประชาชนทั่วไปส่วนมากได้ทยอยกลับบ้านแล้ว โดยตอนนี้ภารกิจใหญ่คือ การเก็บขยะมูลฝอยที่สะสมในช่วงน้ำท่วม และขยะใหม่ที่เกิดขึ้นจากการทำความสะอาดบ้านของประชาชน พร้อมขอความร่วมมือให้นำขยะมากองหน้าบ้าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าจัดเก็บได้รวดเร็วตามแผนที่กำหนด 14 วัน ซึ่งขณะนี้เหลืออีก 7 วัน คืน ความเป็นเมืองหาดใหญ่ให้คืนกลับมาปกติ
นายกรัฐมนตรีได้กำชับผู้บังคับบัญชาไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการทำงานให้ใช้ความเข้าใจ ปฏิบัติหน้าที่ด้วย เพราะเจตนารมณ์ของผู้ปฏิบัติงานคือการเข้ามาช่วยพี่น้องประชาชน ซึ่งแม้ในบางพื้นที่อาจจะมีอารมณ์ไม่พอใจบ้าง แต่ไม่มีเหตุปะทะรุนแรง

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยว่า แม้รัฐบาลได้โอนเงินช่วยเหลือไปแล้วเป็นจำนวนมาก แต่ยังพบว่ามีประชาชนบางส่วนยังไม่ได้รับเงินตามสิทธิ เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติอีก 2–3 ขั้นตอน โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วน โดยจุดที่ต้องเร่งเป็นพิเศษคือ ระบบออนไลน์ที่ดำเนินการล่าช้ากว่าระบบแอนะล็อก ทั้งที่ควรเป็นช่องทางที่รวดเร็วที่สุด จึงได้กำชับให้ปรับปรุงทันที พร้อมตั้งเป้าว่าภายในสัปดาห์หน้า การจ่ายเงินเยียวยาจะต้องแล้วเสร็จและครอบคลุมทุกครัวเรือน
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า นายกฯ เตรียมเสนอขอเพิ่มงบเยียวยาสำหรับประชาชนที่ตกสำรวจ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 9 ธ.ค. 2568 สำหรับประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลเดิม โดยมาตรการนี้จะครอบคลุมจังหวัดใกล้เคียงที่เผชิญน้ำท่วมในช่วงเดียวกันด้วย

นายสิริพงศ์ กล่าวถึง ความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 แบบเหมาจ่ายในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท ใน 4 รูปแบบ ดังนี้
1.ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
2.ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังเกิน 7 วันขึ้นไป
3.ที่อยู่อาศัยประจำที่ถูกน้ำล้อมรอบจนส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป
4.ที่อยู่อาศัยประจำในอาคารสูงที่น้ำท่วมไม่ถึงชั้นที่ผู้ประสบภัยพักอาศัย แต่ส่งผลกระทบให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ ติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป
สำหรับวันนี้ (6 ธ.ค. 68) เป็นครั้งที่ 6 ของการโอนเงินเยียวยา 9,000 บาท โดย ปภ. และธนาคารออมสินจะโอนเงินให้แก่ผู้ประสบภัยที่ลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว รวม 40,935 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 368,577,000 บาท ในพื้นที่จังหวัดสงขลา 40,947 ครัวเรือน (อำเภอหาดใหญ่ 15,913 ครัวเรือน) และจังหวัดตรัง 6 ครัวเรือน โดยโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน ซึ่งเงินจะโอนเข้าบัญชีผู้ประสบภัยในวันนี้ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป
ปัจจุบัน (6 ธ.ค. 68) ปภ. และธนาคารออมสินได้โอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแล้ว 5 ครั้ง (วันที่ 1,2,3,4,5 ธ.ค. 68) ใน 8 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย จ.สงขลา ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล และสุราษฎร์ธานี รวม 612,573 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 5,513,157,000 บาท โดยที่ จ.สงขลา 245,736 ครัวเรือน (เฉพาะ อ.หาดใหญ่ 42,179 ครัวเรือน) จ.ตรัง 281 ครัวเรือน จ.นครศรีธรรมราช 215,055 ครัวเรือน จ.นราธิวาส 7,224 ครัวเรือน จ.ปัตตานี 72,105 ครัวเรือน จ.ยะลา 2,423 ครัวเรือน จ.สตูล 25,625 ครัวเรือน และ จ.สุราษฎร์ธานี 1,945 ครัวเรือน ทั้งนี้ โอนเงินไม่สำเร็จจำนวน 8,657 ครัวเรือน เนื่องจากบัญชีไม่ปกติและอยู่ระหว่างรอการปรับปรุงข้อมูลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งจ่ายเงินเยียวยาให้เร็วที่สุด
“ขอให้ประชาชนที่ยังไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชน ติดต่อธนาคารใดก็ได้ เพื่อผูกบัญชีโดยเร็ว เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด และประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยช่วงฤดูฝน ปี 2568 ผ่านช่องทาง https://flood68.disaster.go.th/Dashboard/BoardHelpRegister โดยระบุหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนในการตรวจสอบ” นายสิริพงศ์ กล่าว

ส่วนแผนฟื้นฟูภาคธุรกิจร้านค้าในเรื่องการจัดหาสินเชื่อระยะสั้นสำหรับพวกผู้ประกอบการรายย่อยรายละ 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ยนั้น อยู่ในขั้นตอนอยู่แล้ว โดยจะเร่งติดตามให้ คปภ. ดำเนินการจ่ายค่าประกัน
จากการประชุมคณะกรรมการถอดบทเรียนฯ ได้มีการตั้งอนุกรรมการครอบคลุมด้านเยียวยา ฟื้นฟู ป้องกัน และสิ่งแวดล้อม ซึ่งการพาคณะกรรมการฯ ลงพื้นที่จริง เพื่อรับทราบสถานการณ์และความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง แม้จะมีการอนุมัติตามแผนแล้ว แต่การเห็นสภาพจริงจะทำให้เข้าใจถึงความเร่งด่วนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อคณะกรรมการแต่ละชุดลงพื้นที่และกลับไป ก็สามารถดำเนินการตามภารกิจได้อย่างเต็มที่ และในวันจันทร์ก็สามารถนำเรื่องต่างๆ ที่รับทราบเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจได้
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่อาจฝืนธรรมชาติได้หากมีฝนตกเข้ามาเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า แต่ในด้านการป้องกัน ต้องเตรียมพร้อมและใช้เครื่องมือที่มีอย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด
ภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมรับประทานข้าวกล่องกับคณะเจ้าหน้าที่ อส. และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมาร่วมรับประทานด้วยกัน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและใกล้ชิดระหว่างนายกรัฐมนตรีและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่