“นายแบงก์” แนะรัฐบาล เลิกใช้งบฯ แก้ระยะสั้น ชี้วางลงทุนเน้นอนาคต
ต้นกุมภาฯ อีจัน
31 มีนาคม 2569

วันนี้ (31 มี.ค.69) นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX เปิดเผยวิสัยทัศน์ในเวทีพลิกเกมรบชิงชัยเศรษฐกิจ ทะยานสู่เป้าหมาย “จีดีพี 3%” บนสมรภูมิระเบียบโลกใหม่ จัดโดยหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น
นายอาทิตย์ระบุว่า สถานการณ์ในปัจจุบันมีความน่ากังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากไม่ใช่เป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรงเหมือนปี 2540 ที่เปรียบเสมือนระเบิด แต่กำลังเผชิญกับสภาวะที่ค่อยเป็นค่อยไปซึ่งเปรียบได้กับการค่อยๆ ถูกเผา (Slow Burn) โดยเฉพาะในกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากและผู้ประกอบการ SME ที่กำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง
“วันนี้สถานการณ์มันหนักกว่าช่วงโควิดเสียด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นลักษณะของการถูกเผา ฐานรากของเศรษฐกิจที่เป็น SME กำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันไปเรื่อยๆ จนส่งผลกระทบมาถึงระดับบุคคล ซึ่งหากลูกค้าอ่อนแอลง ระบบการเงินจะอยู่ได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่เราเห็นมานานแต่ไม่มีใครกล้าฟันธงว่ามันจะเกิดขึ้นจริง”
นายอาทิตย์กล่าวว่า ส่วนเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรของภาครัฐ โดยที่ผ่านมาประเทศไทยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไปกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นส่วนใหญ่ จนทำให้ขาดงบประมาณในการวางรากฐานเพื่ออนาคต
“ทรัพยากร (Resource) ของประเทศมีจำกัด แต่เรามักใช้ไปกับการแก้ปัญหาปากท้องเฉพาะหน้าทุกครั้งที่เกิดวิกฤต จนระยะยาวเราแทบไม่มีโอกาสจัดลำดับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจเลย”
พร้อมให้คำแนะนำถึงการบริหารงบประมาณของรัฐบาลว่า “เราไม่ควรกลัวเรื่องงบประมาณขาดดุลหรือการกู้เงิน หากเป็นการกู้มาเพื่อลงทุนสร้างอนาคตให้ประเทศ แต่สิ่งที่ควรจะตกใจมากกว่าคือ การเอาทรัพยากรที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดไปใช้ในแบบที่เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว”นายอาทิตย์กล่าว
นายอาทิตย์กล่าวว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันมีความได้เปรียบในเรื่องเสถียรภาพและเสียงสนับสนุนที่แข็งแกร่ง ซึ่งถือเป็น “ความหวัง” ในการผลักดันนโยบายสำคัญๆ จึงอยากเชิญชวนให้รัฐบาลใช้โอกาสนี้ ‘Unblock’ หรือทลายอุปสรรคทางกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่เป็นตัวขวางกั้นการเติบโต ขอเพียงมีแนวทาง (Roadmap) ที่ชัดเจน และกล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์จริงๆ แม้จะมีความเสี่ยงบ้างก็ต้องลอง เพราะถ้ามัวแต่เถียงกันไปมา อีก 10 ปีเราก็จะไม่เหลือทางเลือก
ในส่วนของเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่ระดับ 3% นายอาทิตย์กล่าวว่า ตัวเลขเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ แต่ต้องพิจารณาถึงแหล่งที่มาของรายได้ด้วยว่ามาจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมหรือเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
“เราต้องไม่หลอกตัวเองด้วยการมองแค่ตัวเลข 3% ที่มาจากสินค้าและบริการดั้งเดิม เพราะนั่นคือ 3% ที่ขาดคุณภาพ สิ่งที่เราอยากเห็นคือ ‘Good Quality GDP’ ที่มีสัดส่วนจาก New S-Curve มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ AI, Data, Health, Food หรือ Green Energy ซึ่งเป็นสิ่งที่โลกกำลังแสวงหา“
ทั้งนี้ ยังเสนอให้รัฐบาลวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็น “Trusted Platform” เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและทรัพยากรจากต่างประเทศ เช่น การดึง Data Center เข้ามาลงทุน แต่รัฐบาลต้องตอบคำถามให้ชัดเจนว่า “เมื่อเขาเข้ามาแล้ว คนไทยจะได้รับประโยชน์อะไร” เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากคนในประเทศอย่างแท้จริง