วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยความคืบหน้ากรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมออกหมายเรียก 6 โรงกลั่นเข้าพบ คาดภายในสัปดาห์หน้า ว่า การเรียกครั้งนี้ไม่ใช่ความผิดฐาน “กักตุนน้ำมัน” แต่เป็นความผิดเกี่ยวกับการกรอกข้อมูลในเอกสารกำกับการขนส่งน้ำมันไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
โดยเอกสารดังกล่าวถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ภาครัฐใช้ตรวจสอบเส้นทางการขนส่งน้ำมัน โดยเฉพาะกรณีพบปัญหาน้ำมันไม่ได้มาตรฐาน หรือมีการปลอมปน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะใช้ข้อมูลจากใบกำกับการขนส่งในการสืบย้อนกลับไปยังต้นทางของปัญหา
นายสราวุธ ระบุว่า การกรอกข้อมูลทั้ง 8 รายการ เป็นข้อกำหนดที่มีอยู่เดิมและบังคับใช้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่มาตรการใหม่ เพียงแต่ที่ผ่านมาอาจพบการกรอกข้อมูลไม่ครบหลายกรณี กระทั่งมีการบูรณาการข้อมูลร่วมกับดีเอสไอและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้เห็นว่าเอกสารเหล่านี้สามารถใช้เป็นจุดตั้งต้นในการขยายผลสืบสวนไปยังประเด็นอื่นได้
ทั้งนี้ หากพบการกระทำผิด ภาครัฐจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยความผิดตามมาตรา 10 มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดตามมาตรา 7 มีโทษหนักขึ้น คือปรับไม่เกิน 200,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 2 ปี
ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางอนุญาตส่งออกน้ำมันอากาศยาน หรือ “เจท เอ 1” เพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำมันส่วนเกินในประเทศ โดยจะพิจารณาจากปริมาณสำรองขั้นต่ำที่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศก่อน หากมีปริมาณเกินกว่าระดับที่กำหนด จึงจะสามารถอนุญาตให้ส่งออกได้
เบื้องต้น ประเทศที่แสดงความต้องการนำเข้าน้ำมันเครื่องบินจากไทย ได้แก่ สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ซึ่งบางประเทศได้ส่งหนังสือแสดงความสนใจมายังไทยอย่างเป็นทางการแล้ว คาดว่า ภายในเดือนหน้าอาจเริ่มส่งออกน้ำมันเครื่องบินได้
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีความต้องการใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยานรวมประมาณ 70 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ประเทศจำเป็นต้องมีปริมาณสำรองน้ำมันรวมประมาณ 300 ล้านลิตร หรือคิดเป็นราว 17-20 วัน เพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน
นายสราวุธ กล่าวว่า กำลังการผลิตน้ำมันเจท เอ 1 ในปัจจุบันมีบางส่วนเกินจากระดับสำรองขั้นต่ำ จึงสามารถพิจารณาส่งออกได้ โดยก่อนหน้านี้ไทยมีการส่งออกไปยังลาวและเมียนมาอยู่แล้ว ส่วนเวียดนามและฟิลิปปินส์เป็นประเทศใหม่ที่ยื่นหนังสือขอซื้อเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม หากสามารถระบายน้ำมันเครื่องบินออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ จะช่วยชะลอปัญหาน้ำมันดีเซลล้นระบบ และทำให้โรงกลั่นสามารถเดินเครื่องผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะต่อไป
พร้อมยืนยันว่า หากเริ่มส่งออกน้ำมัน จะเป็นเฉพาะ “น้ำมันเครื่องบิน” ที่ผลิตเกินความต้องการเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่มีนโยบายส่งออกน้ำมันดีเซล รวมถึงกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ เนื่องจากความต้องการใช้ในประเทศเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้น หลังช่วงก่อนหน้านี้ปรับตัวลดลง
