ก.ล.ต. เผย เดือนเดียว รับแจ้งเคสหลอกลวง กว่า 500 เคส

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

16 กันยายน 2567

ก.ล.ต. เผย เดือนเดียว รับแจ้งเคสหลอกลวง กว่า 500 เคส

มิจฉาชีพยังไม่หมด ยังเดินหน้าหามุกมาหลอกลวงชาวบ้านเรื่อยๆ หน่วยงานรัฐก็ระดมกำลัง หาทางแนวทางป้องกัน แต่ก็ยังมีเล็ดรอดมาอีกจนได้

ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เปิดเผยสถิติการดำเนินการของ “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” ในเดือนสิงหาคม 2567 ว่า ได้ประสานงานกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้ช่วยปิดกั้นบัญชีที่เข้าข่ายหลอกลวงลงทุน ได้ถึงร้อยละ 91.43 ของจำนวนบัญชีที่ประสานขอปิด รวม 350 บัญชี โดย ก.ล.ต. ได้รับแจ้งเบาะแสหลอกลงทุน รวมทั้งสิ้น 497 ครั้ง ผ่านทางระบบรับแจ้งบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. www.sec.or.th/scamalert และ สายด่วน โทร. 1207 กด 22

ซึ่งตั้งแต่โครงการ “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” เปิดตัวเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2566 จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2567 ก.ล.ต. ได้แจ้งปิดกั้นช่องทางหลอกลงทุนผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 1,863 บัญชี แบ่งเป็นแพลตฟอร์ม Facebook 1,360 บัญชี, Instagram 1 บัญชี, LINE 124 บัญชี, และ TikTok 378 บัญชี ซึ่งเมื่อ ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลแล้ว ได้ประสานแจ้งผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม พิจารณาดำเนินการปิดกั้นบัญชีโดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน ที่ผ่านมาใช้เวลา 7 นาที – 48 ชั่วโมง โดยปัจจุบันดำเนินการปิดกั้นไปแล้วร้อยละ 98.17 ของจำนวนบัญชีที่ได้ประสานขอปิดกั้นทั้งหมด

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก ก.ล.ต. กล่าวว่า จากเบาะแสที่ได้รับแจ้งจากประชาชน พบว่า ในปัจจุบันมิจฉาชีพมักสร้างความน่าเชื่อถือ โดยในครั้งแรกจะให้โอนจำนวนไม่มาก เช่น 1,000 บาท เข้าบัญชีบริษัทที่ได้รับอนุญาต จากนั้นจึงหลอกให้โอนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา จึงขอย้ำให้ประชาชนระมัดระวังการชักชวนลงทุนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน ด้วยการสอบถามโดยตรงกับบริษัทหรือบุคลากรในตลาดทุนที่ถูกแอบอ้าง รวมทั้งไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวและไม่โอนเงินเข้าชื่อบัญชีบุคคลธรรมดา

มิจฉาชีพมากมายไปหมด มีสติก่อนตัดสินใจโอนเงินนะครับ จะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลังครับ