“สุรศักดิ์” ยอมรับหั่นเป้าท่องเที่ยว โฟกัส นทท. กระเป๋าหนักเที่ยวไทย

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

6 ชั่วโมงก่อนหน้า

“สุรศักดิ์” ยอมรับหั่นเป้าท่องเที่ยว โฟกัส นทท. กระเป๋าหนักเที่ยวไทย

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯจะยังอยู่ระหว่างจัดทำแผนกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อลดผลกระทบและรับมือจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบจากการท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยจากนี้รัฐบาลมีนโยบายเน้นเป้าหมาย “รายได้” มากกว่า “จำนวนคน” ไม่เน้นตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยว แต่จะให้ความสำคัญกับ การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เพื่อเพิ่มยอดการใช้จ่ายต่อหัวให้มากขึ้น และเน้นนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูง เพื่อชดเชยรายได้ที่อาจหายไปจากผลกระทบตะวันออกกลาง

สำหรับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวระยะสั้น (Quick Win) กระทรวงจะต้องเตรียมการและมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวและช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในช่วงที่คาดว่าปัญหาจะรุนแรงขึ้นหลังสงกรานต์ อาทิ การฟื้นโครงการที่เคยประสบความสำเร็จในช่วงโควิด เช่น “เราเที่ยวด้วยกัน” กลับมาพิจารณาใช้อีกครั้งภายใน 3-6 เดือน ข้างหน้า การนำมาตรการทางภาษี มากระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ อาทิ การสนับสนุนการท่องเที่ยว ผ่านการลดหย่อนภาษี โดยเฉพาะ การท่องเที่ยวในเมืองรอง ที่จะสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักภาษีได้มากกว่าเมืองหลัก ทั้งภาครัฐเตรียมจัดโปรโมชั่นและมาตรการจูงใจต่างๆ อย่างต่อเนื่องสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ

การส่งเสริมการเดินทางสีเขียวสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศผ่านระบบขนส่งมวลชน เช่น รถไฟและรถบัส เพื่อประหยัดพลังงานท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานที่สูงขึ้น การวางตำแหน่งให้ไทยในฐานะ Safe Havenวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับกลุ่ม Long Stay (พำนักระยะยาว) โดยเฉพาะจากประเทศที่มีความขัดแย้ง เช่น ตะวันออกกลาง หรือยุโรป เนื่องจากไทยมีความปลอดภัยและไม่ใช่คู่ขัดแย้ง

รวมไปถึงการผลักดันการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศ จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือ ค่าเหยียบแผ่นดิน (Travel Fee) 300 บาทสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยทางอากาศ เพื่อนำเงินเข้า กองทุนพัฒนาการท่องเที่ยว เพื่อนำไปใช้ในการดูแลและให้บริการนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยในการเดินทาง และนำไปใช้ในโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีความยั่งยืนมากขึ้น

รมว.ท่องเที่ยว ระว่า การจัดเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นแนวทางที่หลายประเทศใช้กัน เช่น ประเทศญี่ปุ่นที่มีการเก็บ Sayonara Tax ซึ่งปัจจุบันญี่ปุ่นมีแผนที่จะปรับเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมนี้ด้วยจาก 1,000 เยน เป็น 3,000 เยน ซึ่งก็พบว่าญี่ปุ่น พบว่าการเก็บค่าธรรมเนียมไม่ได้ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง แต่กลับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำนโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่มีศักยภาพ มากกว่าการเน้นเพียงจำนวนคน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย และโดยส่วนตัวผมก็สนับสนุนให้เดินหน้าโครงการนี้ต่อ เพราะเชื่อว่าจะมีผลดีต่อประเทศมากกว่าผลเสีย

นอกจากนี้รัฐบาลมุ่งยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากการเน้น “ปริมาณ” ไปสู่ “คุณภาพและมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน” โดยกำหนดทิศทางสำคัญ ได้แก่ การผลักดันประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอด 365 วัน ด้วยการปรับแนวคิดจากการขายสินค้า (Product-Centric) ไปสู่การตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยว (Demand Driven) การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเฉพาะทาง

อาทิ การท่องเที่ยวเชิงความเชื่อ (สายมูเตลู) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness) ตลอดจนการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีมาตรฐานรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม รวมทั้งการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองรอง ผ่านมาตรการส่งเสริมต่าง ๆ และการยกระดับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร

“ส่วนเป้าหมายระยะยาวด้านการท่องเที่ยว ก็มองว่าจะผลักดันการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในช่วง 4 ปีนี้ ให้กลับมาสร้างรายได้ 3 ล้านล้านบาท เหมือนในช่วงก่อนโควิด-19 ส่วนเป้าหมายด้านจำนวนนั้นคงเป็นไปได้ยาก ดังนั้นการท่องเที่ยวในปีนี้จึงจะเน้นรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่าจำนวน” รมว.ท่องเที่ยว