“อนุทิน” ลั่นไม่เจอไอ้โม่ง กักตุนน้ำมัน ชี้มีเพียงประชาชน แห่เติม เหตุวิตกกังวล 

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

19 มีนาคม 2569

“อนุทิน” ลั่นไม่เจอไอ้โม่ง กักตุนน้ำมัน ชี้มีเพียงประชาชน แห่เติม เหตุวิตกกังวล 

วันนี้ (19 มี.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สัมภาษณ์เล็กน้อยในระหว่างการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) เปิดเผยถึงประเด็นน้ำมันหาย 10,000 ลิตร ว่า ขณะนี้กำลังไล่แกะอยู่ แต่ยืนยันว่าไม่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลน การนำเข้าน้ำมันดิบยังมีสภาพเป็นปกติ และไม่ไดลดกำลังการผลิต ผลผลิตและการกลั่นยังเป็นปกติ เพียงแต่ช่วงนี้เป็นความวิตกกังวลของพี่น้องประชาชน จึงมีปริมาณการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นประมาณ 10 ล้านลิตร ซึ่งต้องไปหาตรงนี้ให้ได้ และต้องทำให้ประชาชนไม่วิตกกังวลส่วนนี้ โดยจะต้องทำให้การขนส่งน้ำมันไปยังจุดบริการต่างๆให้เกิดความปกติมากที่สุด 

ผู้ประกอบการรถบรรทุก มองว่ามีกลุ่มไอ้โม่งอยู่เบื้องหลังกักตุนราคาน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการกลุ่มกักตุนน้ำมัน

นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่มี แต่ขณะนี้เป็นการกักตุนโดยประชาชน ที่มีความกังวลอยู่ในระดับหนึ่ง จากเดิมเคยใช้อยู่ที่ 67 ล้านลิตร/วัน เพิ่มเป็น 84 ล้านลิตร/วัน ทั้งที่การนำเข้าเท่าเดิม การผลิตเท่าเดิม ยังไม่มีปัญหาเรื่องการนำเข้า

ดังนั้น กระทรวงพลังงานต้องบริหารสถานการณ์ให้ประชาชนคลายความกังวล และเกิดความมั่นใจว่าน้ำมันไม่ได้ขาด ไม่มีการแคลน เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องกักตุน ไทยยังมีน้ำมัน ไม่ได้ขาดน้ำมัน

พร้อมย้ำทิ้งท้ายถึงเรื่องไอ้โม่ง “ก็มันไม่มีแล้วจะไปเจอได้ยังไง” 

ภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการประชุมว่า ภายหลังปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าหารือร่วมกับ ศบก. เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำมันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทั้งระบบห่วงโซ่อุปทาน

นายอนุทินเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบปริมาณและราคาน้ำมันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่โรงกลั่น คลังน้ำมัน ผู้ค้าคนกลาง (จ๊อบเบอร์) การขนส่ง ไปจนถึงสถานีบริการ พบว่าระบบยังทำงานสอดคล้องกัน โดยโรงกลั่นยังเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต สามารถผลิตได้ประมาณ 175 ล้านลิตรต่อวัน และยังมีการจัดหาน้ำมันดิบจากหลายแหล่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เพียงพอต่อการกลั่นเป็นน้ำมันประเภทต่างๆ

ทั้งนี้ โรงกลั่นและคลังน้ำมันจะประกาศราคาขายตามจริง โดยมีน้ำมันพร้อมจำหน่ายให้ผู้ค้าคนกลาง ขณะที่ PTT OR จะกำหนดราคาไม่เกินราคาหน้าปั๊ม พร้อมกันนี้ กระทรวงพลังงานจะกำกับดูแลให้ผู้ประกอบการรายงานข้อมูลการผลิต ปริมาณจำหน่าย และโครงสร้างราคา เพื่อให้สามารถบริหารจัดสรรน้ำมันให้ประชาชนและภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

ในด้านการขนส่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมผ่อนผันให้รถบรรทุกน้ำมันสามารถวิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ เพื่อเร่งกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการ พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง

สำหรับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป ปัจจุบันไทยยังคงส่งออกไปยัง สปป.ลาว วันละ 5.29 ล้านลิตร ลดลง 25% และส่งไปเมียนมา 300,000 ลิตรต่อวัน ลดลง 20%

รัฐบาลยังเตรียมออกมาตรการเสริม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและป้องกันปัญหาน้ำมันตึงตัว เช่น การเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ และเร่งผลิตพลังงานชีวภาพ B20 เพื่อเป็นทางเลือกทดแทน

นายอนุทินยืนยันว่า ประเทศไทยไม่ได้เผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมัน โดยยังสามารถผลิตและนำเข้าน้ำมันได้ตามปกติ อีกทั้งยังมีน้ำมันสำรองในระดับประมาณ 100 วัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่ดูเหมือนตึงตัวในบางพื้นที่ เกิดจากความกังวลของประชาชนที่เร่งเติมและกักตุนน้ำมัน ทำให้ความต้องการพุ่งสูงเกินกว่าปกติ

ก่อนเกิดสถานการณ์ตะวันออกกลาง ประเทศไทยใช้น้ำมันดีเซลเฉลี่ยวันละ 67 ล้านลิตร ขณะที่กำลังการผลิตอยู่ที่ 77 ล้านลิตร แต่ช่วงที่ผ่านมา ความต้องการเพิ่มขึ้นเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน จนเกินกำลังการผลิตในบางช่วง ส่งผลให้เกิดภาพน้ำมันตึงตัว

นายอนุทินจึงขอความร่วมมือประชาชนให้กลับมาใช้น้ำมันตามปกติ และหลีกเลี่ยงการกักตุน เพราะน้ำมันในระบบยังมีเพียงพอ หากความต้องการลดลงสอดคล้องกับกำลังการผลิต สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 3-5 วัน หรือไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ โดยรัฐบาลเตรียมนำน้ำมันสำรองเข้าสู่ระบบเพิ่มเติม

“น้ำมันไม่ได้หายไปจากระบบ แต่ถูกใช้มากขึ้นจากความกังวล หากทุกฝ่ายร่วมมือกันลดการกักตุน สถานการณ์จะคลี่คลายได้เร็ว” นายอนุทินกล่าว

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า แม้ปัจจุบันน้ำมันจะเพียงพอ แต่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน จึงขอให้ประชาชนใช้น้ำมันอย่างมีสติ เพื่อรักษาระดับสำรองของประเทศ

ในส่วนของไฟฟ้า ยืนยันว่าไม่มีปัญหา เนื่องจากไทยยังใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยเป็นหลักในการผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอ พร้อมทั้งเดินหน้าส่งเสริมพลังงานทางเลือก เช่น ไบโอดีเซล B20 เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน

นอกจากนี้ รัฐบาลขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐเป็นหลัก โดยเฉพาะกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลข้อมูลด้านการนำเข้า ส่งออก และปริมาณน้ำมันของประเทศ

นายอนุทินย้ำว่า เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ระบบกลับสู่ภาวะปกติ ก่อนวันที่ 1 มีนาคม ที่มีการใช้น้ำมันเฉลี่ย 67 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งหากประชาชนลดการกักตุน และรัฐบาลเพิ่มน้ำมันเข้าสู่ระบบ จะช่วยให้เกิดสมดุลได้เร็วขึ้น

ส่วนกระแสข่าวการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศที่สาม ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยไทยส่งออกเฉพาะไปยัง สปป.ลาว และเมียนมาเท่านั้น ด้วยเหตุผลด้านความร่วมมือทางพลังงานในภูมิภาค

“น้ำมันไม่ได้ขาด แต่ความต้องการที่เพิ่มขึ้นผิดปกติทำให้ดูเหมือนขาด หากทุกฝ่ายช่วยกัน สถานการณ์จะกลับมาปกติได้ในไม่ช้า” นายอนุทินกล่าวย้ำ