วันนี้ (12 พ.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยถึงกรณีรถเก่าแลกรถใหม่ ที่อาจติดขัดในเรื่องของรายละเอียดซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถดำเนินโครงการได้ว่า ขณะนี้ยังมีเวลา และได้มอบหมายให้ กรมสรรพสามิต ไปดำเนินการศึกษาต่อ

ขณะที่ วานนี้ (11 พ.ค. 69) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ ว่า ขณะนี้กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดของโครงการ แต่ยังติดอุปสรรคหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการประเมินราคารถเก่า ซึ่งทำได้ยาก เนื่องจากรถแต่ละคันมีสภาพและมูลค่าแตกต่างกัน หากกำหนดราคากลาง เช่น 50,000–60,000 บาท อาจก่อให้เกิดปัญหาได้ทั้งกรณีตีราคาต่ำเกินไปสำหรับรถสภาพดี หรือสูงเกินไปสำหรับรถที่มีมูลค่าน้อย
นอกจากนี้ ยังมีอุปสรรคในการกำหนดเกณฑ์เกี่ยวกับซากรถ เนื่องจากในทางปฏิบัติไม่มีการแยกชิ้นส่วนรถทั้งคันอย่างชัดเจนว่าเป็นเศษเหล็กหรือชิ้นส่วนที่ยังสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ทำให้การวางหลักเกณฑ์ยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น เศษเหล็ก , แบตเตอรี่ เป็นต้น
“การกำหนดเกณฑ์ก็ยังเป็นเรื่องยาก เช่น กรณีรถเก่าที่สภาพยังดี กับรถที่เป็นซาก จะใช้เกณฑ์ราคาเดียวกันไม่ได้ จึงไม่ต้องการให้โครงการออกมาโดยขาดความชัดเจน ได้มอบหมายให้กรมสรรพสามิตกลับไปพิจารณาเพิ่มเติม และอาจมีข้อเสนอใหม่ที่เหมาะสมกว่าการทำโครงการในรูปแบบเดิม เพื่อให้โครงการนี้เป็นตัวกระตุนยอดขายรถยนต์ได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่ออกมาแล้วทำให้ตลาดชะงัก” นายลวรณ กล่าว
