ทองเปิดตลาดร่วง 100 บาท หลังบาทแข็งค่า

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

11 กันยายน 2568

ทองเปิดตลาดร่วง 100 บาท หลังบาทแข็งค่า

วันนี้ (11 ก.ย. 2568) สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำ เวลา 09.04 น. (ครั้งที่ 1) เปิดตลาดราคาทองปรับลดลง 100 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำแท่ง และ ทองรูปพรรณ มีราคาดังนี้

ราคาทองคำแท่ง
         รับซื้อ 54,700.00 บาท
         ขายออก 54,800.00 บาท

ราคาทองรูปพรรณ
         รับซื้อ 53,605.76 บาท
         ขายออก 55,600.00 บาท

สำหรับราคาทองรูปพรรณวันที่ 11 ก.ย. 2568 รวมบวกค่ากำเหน็จเฉลี่ย 800 บาท มีรายละเอียดมีดังนี้

  • ทองครึ่งสลึง ราคา 6,850 บาท ค่ากำเหน็จ 800 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 7,650 บาท
  • ทอง 1 สลึง ราคา 13,700 บาท ค่ากำเหน็จ 800 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 14,500 บาท
  • ทอง 2 สลึง/50 สตางค์ ราคา 27,400 บาท ค่ากำเหน็จ 800 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 28,200 บาท
  • ทอง 1 บาท ราคา 54,800 บาท ค่ากำเหน็จ 800 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 55,600 บาท
  • ทอง 2 บาท ราคา 109,600 บาท ค่ากำเหน็จ 1,600 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 111,200 บาท
  • ทอง 5 บาท ราคา 274,000 บาท ค่ากำเหน็จ 4,000 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 278,000 บาท

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) วิเคราะห์ทิศทางความต้องการทองคำในประเทศไทยปี 2568 ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปี 2567 ที่มีความต้องการทองคำของไทยเพื่อการบริโภค โดยไม่รวมอุปสงค์จากธนาคารกลาง สูงถึง 49 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในโลกในปี 2567 และส่งผลให้ช่วงดังกล่าวความต้องการทองคำเพื่อการบริโภคของไทยอยู่ในอันดับที่ 10 ของโลก และอันดับที่ 4 ของเอเชีย ประเทศไทยถือเป็นประเทศเดียวในโลกที่ความต้องการทองคำเพื่อการบริโภคเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 4 ปี นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ในปี 2564 – 2567

ส่วนปีนี้ (2568) ภาพรวมครึ่งปีแรกความต้องการทองคำเพื่อบริโภคของไทย อยู่ที่ 20.7 ตัน เติบโตแล้วร้อยละ 21  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จึงคาดการณ์ว่าทิศทางการเติบโตของไทยปีนี้ทั้งปีจะไม่ต่ำกว่าปี 2567 แน่นอน โดยเฉพาะความต้องการทองคำเพื่อการลงทุน เนื่องจากทิศทางทองคำปีนี้ยังมีแนวโน้มขาขึ้นชัดเจน แม้ว่าล่าสุดทองคำในตลาดโลกจะทำจุดสูงสุดครั้งใหม่ ทะลุ 3,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปแล้ว แต่ก็ยังมีโอกาสพุ่งขึ้นไปที่ระดับ 3,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้