ผู้ประกอบการ 58.4% ร่วม “คนละครึ่ง พลัส” หวังยอดขาย-รายได้เพิ่ม

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

16 ตุลาคม 2568

ผู้ประกอบการ 58.4% ร่วม “คนละครึ่ง พลัส” หวังยอดขาย-รายได้เพิ่ม

วันนี้ (16 ต.ค.68) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยว่า รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ซึ่งจะออกในช่วงเดือน ต.ค.นี้ คือ โครงการคนละครึ่ง พลัส และ มาตรการเติมเงินให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ซึ่งใช้งบประมาณรวม 67,180 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ราว 0.44% สนับสนุนให้จีดีพีปี 2568 ขยายตัวราว 2%

โดยผลกระทบจากโครงการคนละครึ่ง พลัส 2568 กลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่อยู่ในระบบภาษีและผู้ที่ไม่อยู่ในระบบภาษีจำนวน 20 ล้านคน มูลค่างบประมาณ 44,400 ล้านบาท คาดคาดว่าจะมีผลต่อจีดีพีที่ 0.32%

ขณะที่มาตรการเติมเงินให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) จำนวน 13.4 ล้านคน ใช้งบประมาณ 22,780 ล้านบาท คาดว่าจะกระตุ้นจีดีพีได้ 0.12%

นายธนวรรธน์กล่าวว่า มุมมองผู้ประกอบการคาดว่าจะเข้าร่วมเป็นร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง พลัส โดยจำนวน 58.4% ตอบว่าเข้าร่วมโครงการ เนื่องจากทำให้ขายได้มากขึ้น และอีก 22.4% ตอบว่าไม่เข้าร่วมโครงการ เพราะกังวลเรื่องภาษี กังวลว่าเงินจะไม่เข้าจากระบบมีปัญหา และกระบวนการเข้าร่วมโครงการยุ่งยาก ส่วนอีก 19.2% ยังไม่แน่ใจจะเข้าร่วมหรือไม่

”ผู้ประกอบการคิดว่ามาตรการคนละครึ่ง พลัส รู้สึกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ระดับปานกลางถึงมากที่สุด อย่างไรก็ตาม คาดว่าเศรษฐกิจปี 2568 เทียบกับปีก่อนผู้ประกอบการ 59.1% ยังรู้สึกว่ายังเหมือนเดิม“

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ 32.2% และ 30.5% คาดหวังปานกลางและมากต่อโครงการคนละครึ่ง พลัส ของรัฐบาลใหม่ในการช่วยฟื้นฟูและช่วยกระตุ้นยอดขายของธุรกิจ 

ขณะที่ 17% คาดหวังน้อย และอีก 10.3% ไม่คาดหวังเลย เพราะเป็นโครงการระยะสั้นและชั่วคราวรวมถึงมองว่าโครงการนี้เหมาะกับธุรกิจค้าปลีก และร้านค้าขนาดเล็กเป็นหลัก โดยธุรกิจอื่นๆ เช่น ธุรกิจรถยนต์ และร้านบริการเฉพาะทางไม่ได้รับประโยชน์โดยตรง รวมถึงวงเงินน้อย ตอบโจทย์คนบางกลุ่มเท่านั้น

“สำหรับการใช้จ่ายในโครงการฯ จาก 2,000-2,400 บาท/คย เฉลี่ยคนจะใช้จ่ายเต็มจำนวนที่ 400 บาทต่อวัน หากใช้ 10-12 วันเงินจะหมดแล้ว ทำให้เดือน พ.ย.การใช้จ่ายจะคึกคัก โดยเฉพาะวันลอยกระทง”