วันที่ 7 เมษายน 2569 ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร และโครงการกลยุทธ์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในเดือนเมษายน 2569 ฟื้นตัวอย่างชัดเจนจากเดือนมีนาคม หลังปัจจัยกังวลหลายด้านเริ่มคลี่คลาย ทั้งสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ รวมถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
โดยทั้งธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ต่างคงอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ความกังวลของนักลงทุนลดลง ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยในเดือนเมษายนปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 3% แม้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยจะลดลงมาอยู่ที่ระดับกว่า 50,000 ล้านบาท เนื่องจากมีวันหยุดจำนวนมาก
ส่วนกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่เคยไหลออกหนักในเดือนมีนาคม เริ่มชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเดือนเมษายนต่างชาติขายสุทธิเพียงประมาณ 2,000 ล้านบาท ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ยังมีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าสุทธิใกล้ 20,000 ล้านบาท
ดร.ศรพล กล่าวว่า โมเมนตัมการฟื้นตัวของตลาดยังต่อเนื่องมาถึงเดือนพฤษภาคม โดยล่าสุดดัชนียืนเหนือระดับ 1,500 จุด แตะบริเวณ 1,520 จุด ซึ่งใกล้กลับสู่ระดับก่อนเกิดความกังวลจากสงคราม สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากตัวเลขส่งออกไทยที่ขยายตัวดี รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยช่วง 4 เดือนแรกของปี มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยกว่า 11 ล้านคน ขณะที่ประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียน (Earnings Forecast) ของนักวิเคราะห์หลายสำนักเริ่มปรับเพิ่มขึ้น
สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น “ไทยช่วยไทยพลัส” รวมถึงโครงการขนาดใหญ่ อย่าง “แลนด์บริดจ์” ถือเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน เพราะทำให้เห็นทิศทางเศรษฐกิจและกลุ่มธุรกิจที่จะได้รับอานิสงส์ชัดเจนขึ้น
“นโยบายที่ชัดเจน ทำให้นักลงทุนประเมินทิศทางเศรษฐกิจได้ง่ายขึ้น ส่วนแลนด์บริดจ์ถือเป็นสตอรี่สำคัญของประเทศ ในการยกระดับยุทธศาสตร์ด้านคมนาคม ขณะเดียวกัน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และการลดการพึ่งพาพลังงาน ก็จะช่วยประเทศไทยในระยะยาว” ดร.ศรพล กล่าว
ในด้านความน่าเชื่อถือของประเทศ ดร.ศรพล ระบุว่า ตลาดคลายความกังวลหลัง Moody’s ไม่ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของไทย และยังปรับมุมมอง (Outlook) จาก Negative เป็น Neutral ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม โดยเฉพาะการเปลี่ยนวิธีคำนวณ Free Float ซึ่งจะกระทบหลายประเทศ ไม่เฉพาะไทย แต่เบื้องต้นยังไม่เห็นสัญญาณเงินทุนไหลออกอย่างมีนัยสำคัญ
ดร.ศรพล ยังมองว่า แม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่า Downside ของตลาดหุ้นไทยหมดไปแล้วหรือไม่ แต่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เคยกดดันตลาดในช่วงเดือนมีนาคม เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งทิศทางดอกเบี้ยของ Fed และ กนง. รวมถึงแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
ส่วนทิศทางเงินเฟ้อที่กลับมาสูงขึ้น มองว่าเป็นผลจาก Supply Shock ซึ่งต้องติดตามว่าเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวหรือจะยืดเยื้อต่อเนื่อง ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยโลกยังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ Fed ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไป
สำหรับภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนเมษายน 2569
ณ สิ้นเดือนเมษายน SET Index ปิดที่ 1,493.69 จุด เพิ่มขึ้น 3.15% จากเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับทิศทางตลาด หุ้นในภูมิภาค และเพิ่มขึ้น 18.58% จากสิ้นปี 2568
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและกลุ่มทรัพยากร
มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 58,688 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 63,646 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในเดือนเมษายน 2569 ผู้ลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 2,513 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนเมษายน 2569 ยังคงมียอดซื้อสุทธิ 16,638 ล้านบาท
ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 54.43% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 31.68% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 7.53% และบริษัทหลักทรัพย์ 6.37%
มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ 1 บริษัทได้แก่ บมจ. ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX)
Forward PIE ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเมษายน 2569 อยู่ที่ระดับ 15.16 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.96 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 17.05 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 17.31 เท่า
อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเมษายน 2569 อยู่ที่ระดับ 4.42% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.76%
ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนเมษายน 2569
ในเดือนเมษายน 2569 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 383,982 สัญญา ลดลง 46.22% จากเดือนก่อนหน้า ที่สำคัญ จากการลดลงของ SET50 Index Futures และ Single Stock Futures ส่งผลให้ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 561,575 สัญญา เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
