ธปท. ชี้ไตรมาส 4 คนละครึ่งพลัส ปั๊มเศรษฐกิจ 0.2-3% หลัง Q3 ส่อ -0.5%

“แบงก์ชาติ” ประเมินไตรมาส 4/2568 ได้แรงหนุน “คนละครึ่งพลัส” ปั๊มเศรษฐกิจ 0.2-3% หลังไตรมาส 3/2568 เศรษฐกิจส่อ -0.5% เหตุโรงงานหยุดการผลิต

วันนี้ (22 ต.ค.68) นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. คาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4/2568 จะขยายตัวได้ 1.3% มี 3 ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจ คือ 1.โรงงานที่เคยหยุดการผลิตจะกลับมาดำเนินการต่อเนื่อง 2.ภาคการท่องเที่ยวเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น ทำให้จำนวนอยู่ที่ 33 ล้านคน และ 3.มาตรการภาครัฐบาลจะเข้ามาช่วยเพิ่มเติม ซึ่งส่วนนี้มีผลต่อเศรษฐกิจมากในช่วงเวลาไตรมาสที่ 4/2568

นางปราณีกล่าวว่า เนื่องจากได้เริ่มโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งมีเม็ดเงินใหม่คิดเป็นประมาณ 0.4% จากงบประมาณ 44,000 ล้านบาท รวมถึงเม็ดเงินเดิมจากมาตรการเดิมในรัฐบาลก่อนหน้าคือดิจิทัลวอลเล็ต 10,00 บาท ซึ่งผลที่ได้จากการดำเนินโครงการอยู่ที่ 0.2-0.3% ต่อจีดีพีในไตรมาส 4/2568

”จากงบประมาณที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 0.4% แต่ผลที่ได้รับต่อจีดีพีอยู่ที่ 0.2-0.3% นั้น เพราะประเมินว่าการใช้จ่ายอาจมาจากการบริโภคสินค้านำเข้า โดยรวมคิดว่าโครงการนี้ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน และร้านค้า ซึ่งช่วยสร้างความหวังให้เศรษฐกิจไทย“

ทั้งนี้ ธปท.คาดการณ์ว่าช่วงครึ่งหลังของปี 2568 จะชะลอตัวลง โดยช่วงไตรมาส 3/2568 มีโอกาสที่การขยายตัวจะติดลบ 0.5% ซึ่งเป็นผลมาจากโรงงานมีการหยุดผลิตชั่วคราวหลายอุตสาหกรรมเพื่อปรับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมปิโตรเลียม และอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเศรษฐกิจภาพรวมจะขยายตัวได้ 2.2% ในปี 2568 และในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวได้ 1.6% แต่หากดูการเติบโตที่มาจากผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) มีน้อยลงกว่าอดีตโดย SMEs ยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขัน

โดยปี 2567-2568 ธุรกิจเอสเอ็มอี (35%) ขยายตัว 3.1% แต่ลดลงเกือบครึ่ง หากเทียบกับปี 2555-2562 หรือก่อนโควิดที่ขยายตัวอยู่ที่ 5.6% ขณะที่ธุรกิจขนาดใหญ่ (65%) ปี 2567-2568 ขยายตัว 2.7% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยหากเทียบกับปี 2555-2562 ที่ขยายตัวที่ 2.5% ยังอยู่ในระดับที่ประคองตัวต่อไปได้

“สะท้อนว่าผู้ประกอบการรายย่อยยังลำบากเพราะว่าการขยายตัวของธุรกิจน้อยลงกว่าในอดีตที่ผ่านมาเกือบครึ่ง สาเหตุมาจากผู้ประกอบการเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศสูงขึ้น”

ทั้งนี้ ปี 2569 เศรษฐกิจยังชะลอตัวลงโดยคาดว่าจะขยายตัวอยู่ที่ 1.6% อุปสงค์ภายในประเทศขยายตัวอยู่ที่ 1.8% การส่งออกติดลบ 0.3% จำนวนนักท่องเที่ยวคาดว่าจะอยู่ที่ 35 ล้านคน จากเศรษฐกิจที่เปราะบางยังคงต้องติดตามความเสี่ยงใกล้ชิด โดยเฉพาะภาคการส่งออก ได้รับผลกระทบเรื่องนโยบายภาษีของสหรัฐฯ และการส่งต่อราคาสินค้าไปสู่ผู้บริโภคที่อาจสูงขึ้น