ลุ้น ครม. นัดแรกเคาะ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน หวังกดราคาหน้าปั๊มถูกลง
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
2 เมษายน 2569

วันนี้ (2 เม.ย. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) เปิดเผยภายหลังการประชุมนัดแรก หลังใช้เวลาประชุมได้ใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง ว่า วันนี้ได้เชิญผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ 6 แห่งมาให้ข้อมูลราคาน้ำมันทั้งขบวนการ ตั้งแต่ซื้อน้ำมันดิบขนส่งเข้าสู่โรงกลั่นน้ำมันจนถึงสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งในช่วงสงครามตะวันออกกลางที่ผ่านมา ทำให้มีค่าความแตกต่างของราคาน้ำมัน (War Premium) จนส่งผลให้ค่าการกลั่นสูงเกินจริง ดังนั้นน่าจะต้องมีการปรับลดลง เพื่อให้ราคาน้ำมัน หน้าปั๊มน้ำมันลดลง

ทั้งนี้ที่ประชุมได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานเร่งวิเคราะห์ต้นทุนโรงกลั่นเพื่อหาจุดสมดุลระหว่างกำไรผู้ประกอบการและภาระของประชาชน โดยนัดส่งการบ้านวันพรุ่งนี้ (3 เม.ย. 69) เพื่อพิจารณาราคาและต้นทุนอีกครั้ง ก่อนเสนอที่ประชุมคณะรัฐรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกพิจารณาราคาใหม่ โดยตั้งเป้าลดราคาขายปลีกน้ำมันหน้าปั๊มให้ได้ภายในเดือนเม.ย. 2569



นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ค่าการตลาดน้ำมันตั้งแต่ต้นปีจนถึง 2 เม.ย. 2569 รวมกันทุกผลิตภัณฑ์อยู่ที่ 1.95 บาทต่อลิตร ถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่เป็นค่ากลาง ซึ่งได้ศึกษาไว้เมื่อปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 2.45 บาทต่อลิตร ซึ่งกระทรวงพลังงานได้กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ให้ค่าการตลาดสูงกว่าเพดานอยู่แล้ว
ส่วนเรื่องค่าการกลั่นนั้น ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ปกติ ไม่มีสงคราม ได้คำนวณค่าเฉลี่ยไว้ที่ 2.45 บาทต่อลิตรเช่นกัน แต่กรณีที่มีข่าวว่าค่าการกลั่นอยู่ที่ 13-14 บาทต่อลิตรนั้น กระทรวงพลังงาน จะไปศึกษาต้นทุนที่แท้จริง ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่า War Premium ค่าอื่นๆ ที่เป็นต้นทุนที่แท้จริง แล้วนำมาเสนอคตร.ในวันนี้ (3 เม.ย.69)
“ค่าการกลั่น ไม่ได้คิดจากส่วนต่างราคาน้ำมันดิบกับราคาน้ำมันเสร็จรูป แล้วเป็นกำไรของโรงกลั่นน้ำมัน แต่ต้องนำต้นทุนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาคำนวณด้วย โดยเฉพาะในช่วงนี้เกิดวิกฤตสงคราม มีต้นทุนเพิ่มขึ้น ก็ต้องนำมาคำนวณด้วย”