น้ำมันโลกดิ่งแรง 20% แต่ไทยลงช้า เจอค่าการกลั่นพุ่ง 15 บาท
ธรรมธรรม อีจัน
2 ชั่วโมงก่อนหน้า

วันที่ 20 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกเริ่มผ่อนคลายลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะตลาดสิงคโปร์ที่ปรับลดลงแรงถึง 20% ในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทยกลับปรับลดลงเพียงเล็กน้อย สร้างข้อสังเกตในสังคมถึงความไม่สอดคล้องของราคา
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ปัจจัยสำคัญมาจาก “ค่าการกลั่น” ในประเทศที่พุ่งสูงผิดปกติ โดยข้อมูลช่วงวันที่ 1–15 เมษายน พบว่าค่าการกลั่นเฉลี่ยสูงถึง 15 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคมที่อยู่เพียงประมาณ 7 บาทต่อลิตรเท่านั้น
กระทรวงพลังงานจึงเตรียมเสนอปรับลดค่าการกลั่นเป็น “รอบที่ 2” โดยจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในวันที่ 21 เมษายนนี้ และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้วันที่ 23 เมษายน 2569 เบื้องต้นประเมินว่าสามารถปรับลดค่าการกลั่นลงได้มากกว่า 2 บาทต่อลิตร หลังจากรอบแรกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สามารถช่วยลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มได้แล้ว 2.14 บาทต่อลิตร
สำหรับการคำนวณค่าการกลั่นรอบใหม่ จะอิงข้อมูลต้นทุนจริงในช่วงวันที่ 1–15 เมษายน โดยจะมีการพิจารณาหักลบต้นทุนส่วนเพิ่มต่าง ๆ ให้สะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น เช่น ค่าความเสี่ยงจากสถานการณ์สงคราม (War Premium) ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย เพื่อไม่ให้ภาระตกอยู่กับผู้บริโภคเกินจำเป็น
ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศปรับลดได้จำกัด คือสถานะของ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ที่ยังคงมีภาระหนี้สะสมสูงกว่า 60,000 ล้านบาท จากการเข้าไปอุดหนุนราคาน้ำมันในช่วงก่อนหน้านี้ที่ราคาตลาดโลกพุ่งสูง
แม้ปัจจุบันภาระการอุดหนุนจะลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเหลือการจ่ายประมาณวันละ 100 ล้านบาท จากเดิมที่เคยสูงถึงวันละกว่า 2,000 ล้านบาท แต่การบริหารราคาขายปลีกยังจำเป็นต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังในลักษณะ “ค่อยเป็นค่อยไป” เพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุนและไม่ให้เกิดผลกระทบในระยะยาว
ทั้งนี้ การประชุม กบง. ในวันที่ 21 เมษายนนี้ จะถือเป็นอีกจุดชี้ขาดสำคัญ ว่าราคาน้ำมันในประเทศจะสามารถปรับลดลงได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางแรงกดดันจากทั้งต้นทุนที่ผันผวนและภาระทางการคลังที่ยังต้องบริหารควบคู่กันไป